ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ

อึ้ง! ผลวิจัยการศึกษาไทยปี 51 ใช้งบสูง ผลสัมฤทธิ์ต่ำ ออกกลางคันอื้อ ป.ตรีล้นตลาด

อึ้ง! ผลวิจัยการศึกษาไทยปี 51 ใช้งบสูง ผลสัมฤทธิ์ต่ำ ออกกลางคันอื้อ ป.ตรีล้นตลาด | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ อึ้ง! ผลวิจัยการศึกษาไทยปี 51 ใช้งบสูง ผลสัมฤทธิ์ต่ำ ออกกลางคันอื้อ ป.ตรีล้นตลาด , บทความ อึ้ง! ผลวิจัยการศึกษาไทยปี 51 ใช้งบสูง ผลสัมฤทธิ์ต่ำ ออกกลางคันอื้อ ป.ตรีล้นตลาด , ตัวอย่าง อึ้ง! ผลวิจัยการศึกษาไทยปี 51 ใช้งบสูง ผลสัมฤทธิ์ต่ำ ออกกลางคันอื้อ ป.ตรีล้นตลาด , HR, HRM


เผยผลวิจัยสภาวะการศึกษาไทยปี 51-52 พบเด็กปฐมวัย 60% ไม่ได้เรียน ขณะที่ ม.ปลาย 64% ได้เรียนต่ำ เหตุออกกลางคัน ยากจน งบประมาณด้านการศึกษาสูงแต่ไม่มีประสิทธิภาพ ระบุภาคแรงงานเกินครึ่งมีระดับการศึกษาแค่ชั้นประถม คนว่างงานเกือบล้าน เป็นผู้จบ ป.ตรี มากสุดถึง 2 แสนคน แสดงถึงการผลิตคนไม่ตรงกับงาน เผยคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกระดับ เฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ภาษาไทยยังน่าห่วง ติงควรประเมินการสอนครูได้เพิ่มเงินวิทยฐานะ แนะประชาชนตั้งพันธมิตรเพื่อการพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

       วันนี้ (11 ส.ค.) ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลช สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) จัดการสัมมนาเรื่อง สภาวะการศึกษาไทย ปี 2551-2552 “การศึกษากับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม” โดย รศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวในการนำเสนอผลการศึกษาวิเคราะห์และวิจัยเรื่องสภาวะการศึกษาไทยปี 2551-2552 “การศึกษากับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม” ว่า บทบาทของการศึกษาต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาการเมืองไทยมีความขัดแย้งแบบ 2 ขั้ว และมีความไม่มั่นคงสูง สังคมมีปัญหาความขัดแย้ง เอาเปรียบ ฉ้อฉลเพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตตกต่ำ เด็กและเยาวชนมีปัญหา ทำให้การด้อยพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมือง และการศึกษาต่างมีอิทธิพลต่อกันแบบงูกินหาง
       
       ในการจัดการศึกษา งบประมาณ และระดับการศึกษาของแรงงาน จะเห็นว่าสัดส่วนของผู้เรียนต่อประชากรในทุกระดับการศึกษาในปี 2552 เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มจาก 79.89% เป็น 81.29% ของประชากรวัยเรียน ซึ่งระดับการศึกษาปฐมวัย และมัธยมศึกษาตอนปลายยังมีสัดส่วนของผู้ได้เรียนต่ำ โดยชั้นปฐมวัยมีถึง 61% ของประชากรวัยเดียวกันที่ไม่ได้เรียนต่อ เพราะค่าใช้จ่ายสูง และผู้ปกครองไม่เห็นความสำคัญ ขณะที่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมีถึง 64% ของประชากรวัยเดียวกันที่ไม่ได้เรียนต่อ เพราะการออกกลางคัน ความยากจน
       
       “ประชากรวัย 3-17 ปี ที่ไม่ได้เรียนต่อมีราว 2.76 ล้านคน จากประชากรวัยเดียวกันราว 14.79 ล้านคน โดยเด็กที่เข้า ป.1ตอนปี 2540 ได้เรียนถึงชั้น ม.6-ปวช.3 ในปี 2551 เพียง 47.2% ซึ่งส่วนใหญ่ออกกลางคันไปกว่าครึ่ง หรือคิดเป็นจำนวน 5.2 แสนคน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจการแก้ปัญหาเด็กออกกลางคันอย่างเป็นระบบจริงจัง นอกจากนี้ปัญหาอื่นๆ อยู่ที่การจัดการศึกษา โดยสถานศึกษาภาครัฐมีจำนวนมากกว่าภาคเอกชนถึง 80.9 : 19.1 ชั้นมัธยมสายสามัญสูงกว่าอาชีวะ 61 : 39 และอุดมศึกษาสายสังคมสูงกว่าสายวิทย์ 70 : 30 ตรงนี้สะท้อนว่าการที่จะจัดการศึกษาให้เท่าเทียมกันในการปฏิรูปการศึกษายังทำอย่างไม่จริงจัง” รศ.วิทยากร

       ใช้งบการศึกษาสูงแต่ผลสัมฤทธิ์ต่ำ
       
       รศ.วิทยากร กล่าวต่อว่า องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการศึกษาได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.57 ล้านคน เป็น 1.87 ล้านคน ส่วนใหญ่คือการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา ส่วนการศึกษานอกระบบโรงเรียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นกันจาก 3.89 ล้านคน เป็น 3.92 ล้านคน ซึ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานก็อยู่ในเกณฑ์ต่ำเช่นกัน ด้านงบการศึกษาในปี 2552 ยังสูงเทียบได้กับ 20% ของงบประมาณทั้งหมด แต่ประสิทธิภาพการใช้จ่ายอยู่ในเกณฑ์ต่ำ หากเทียบกับจีน เกาหลีใต้ ที่ใช้งบการศึกษาต่ำกว่าไทย แต่เด็กได้เรียนชั้นมัธยมศึกษามากกว่า และผลสัมฤทธิ์โดยเฉลี่ยก็ดีกว่า ด้านของแรงงานในประเทศไทยที่มี 54.2% ราว 20.11 ล้านคนของแรงงานทั้งหมด 37 ล้านคน พบมีการศึกษาแค่ระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า เนื่องจากปัญหาการออกเรียนกลางคัน ทำให้สัดส่วนแรงงานที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอยู่ที่ 13.7% ของแรงงานทั้งหมด สำหรับผู้ว่างงานที่มีกว่า 8.2 แสนคนนั้น จบปริญญาตรีมากที่สุดถึง 2 แสนคน แสดงให้เห็นถึงการผลิตคนที่ไม่ตรงตามความต้องการของตลาดงาน
       
       
คุณภาพสถานศึกษาต่ำ-ภาษาไทยแย่
       
ด้านการประเมินคุณภาพ ประสิทธิภาพ การศึกษาโดย สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และ สกศ. พบด้วยว่า เด็ก 3-5 ปี ซึ่งเป็นวัยอนุบาล มีโอกาสได้เรียนน้อย และสถานศึกษาที่มีคุณภาพดีมีน้อย คุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานในทุกระดับมีความแตกต่างกันสูง ทำให้คะแนนเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เช่น คะแนนจากการทดสอบในระดับช่วงชั้น ป.6 ม.3 ม.6 วิชาส่วนใหญ่ได้เฉลี่ยต่ำกว่า 50% และตกต่ำลงจาก 5 ปีก่อน
ซึ่งที่น่าห่วงคือ วิชาภาษาไทยอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก ทั้งการอ่านออก เขียนได้ ซึ่งวิชานี้เป็นพื้นฐานเพื่อความเข้าใจวิชาอื่นๆ หากภาษาไทยอ่อนวิชาอื่นก็จะอ่อนตามไปด้วย และจากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 2 ของ สมศ.พบสถานศึกษาที่ผ่านการรับรองได้คะแนนดีกว่ารอบแรก แต่ความสามารถของผู้เรียน การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ ยังคงได้คะแนนต่ำอยู่
       


       “การที่นักเรียนไทยมีผลสัมฤทธิ์ต่ำ เรามักมองไปที่ปัญหาเรื่องการขาดแคลนครูโดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ นั่นคงเป็นความจริงส่วนหนึ่ง แต่สำหรับวิชาภาษาไทย สังคมศึกษาก็อ่อนตามไปด้วยแสดงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นต้องมาจากการสอน และการเรียนที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ และการที่เพิ่มเงินวิทยฐานะให้ครูนั้นแปลว่าไม่มีใครคอยประเมินเลยว่าเพิ่มเงินให้แล้วครูมีการพัฒนาคุณภาพการสอนของตัวเองให้ดีขึ้นหรือไม่” รศ.วิทยากร กล่าว
       
       รศ.วิทยากร กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการเรียนฟรี 15 ปีนั้น อยากให้เปลี่ยนชื่อเป็นการช่วยออกค่าใช้จ่าย 5 อย่างสำหรับทุกคน เพราะไม่ได้ช่วยคนจนอย่างแท้จริง และต้องพัฒนาครูและระบบโรงเรียนให้ช่วยแก้ปัญหาเด็กที่มีแนวโน้มจะออกกลางคันให้ได้มากขึ้น ด้านการวางแผนผลิตกำลังคนนั้นยังขาดการสนองทางเศรษฐกิจ เช่นชั้นมัธยมศึกษาสายสามัญ อุดมศึกษาด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์มีมากเกินไป บางระดับ บางประเภทเช่น ช่าง อาชีวศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ยังขาดแคลนอยู่
       
       แนะตั้งพันธมิตรเพื่อพัฒนาการศึกษา
       รศ.วิทยากร กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นคอขวดของการปฏิรูปการศึกษานั้น ต้องเปลี่ยนการศึกษาแบบแพ้คัดออก เป็นการจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่น ทั่วถึง มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาคนทั้งประเทศอย่างเต็มที่ และปรับโครงสร้างอำนาจการบริหารแบบรวมที่ศูนย์กลางเป็นสำนักงานคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาที่มีภาคี 3 ฝ่ายคือ ศธ. ภาคประชาชน ครูอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในฐานนะผู้ปฏิบัติงาน เพื่อลดอำนาจผูกขาดและวิธีบริหารแบบสั่งการจากบนลงล่าง พร้อมทั้งปฏิรูปครูอาจารย์ให้เป็นครูแนวใหม่ รักการอ่านและการวิจัย สอนให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เป็น สำหรับการจัดหางบประมาณทางการศึกษาเพิ่มนั้นอยากให้มีการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า เพิ่มสัมปทานคลื่นความถี่ ภาษีบาป โดยจัดสรรอย่างเป็นธรรม โปร่งใส เช่น เพิ่มให้โรงเรียนระดับปฐมวัย โรงเรียนชนบท และชุนแออัด
       
       “ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย อย่างการรวมตัวของภาคประชาชนของกลุ่มพันธมิตรฯ ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนทางการเมืองได้ บางครั้งกลุ่มคนด้านการศึกษาอาจต้องมีการรวมตัวกันในนามของพันธมิตรเพื่อการพัฒนาการศึกษาก็เป็นได้ เพื่อการศึกษาจะได้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น”คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์




จำนวนผู้ชม 5461 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


Connection

   

ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)



หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ :
0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 19 ตุลาคม 2562

ผู้ใช้งาน 53550 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128381 คน