นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายงานแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวแทนอนุกรรมการพิจารณาค่าจ้างของแต่ละจังหวัดได้ร้องเรียนมายัง ส.อ.ท. ให้สอบถามถึงความชัดเจนกับกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเกี่ยวกับการ พิจารณาค่าจ้างในปี 2554 จะเหมือนปีนี้อีกหรือไม่ เพราะผลจากการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่าจ้างกลางที่ออก มาสูงกว่าตัวเลขที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างแต่ละจังหวัดเสนอไป ซึ่งหากยังใช้ สูตรการคิดเดิมก็อาจลาออก เพราะภาครัฐไม่ใส่ใจเสียงตัวแทนผู้ประกอบการของแต่ละจังหวัด
"ส.อ.ท.กำลังสรุปข้อมูลปัญหาเพื่อ ใช้ในการหารือกับกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะ ปัญหาความเดือดร้อนจากการปรับขึ้นค่าแรงงานส่งผลต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการส่งออกเพราะปัจจุบันกำลังประสบปัญหาจากเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่ง ภาคอุตสาหกรรมกังวลว่าในปี 54 อาจทำให้มีผู้ประกอบการส่งออกบางรายต้องปิดกิจการลง" นายทวีกิจกล่าว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า วันที่ 23 ธ.ค.นี้ จะหารือร่วมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน เพื่อทำความเข้าใจเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 8-17 บาทต่อวันทั่วประเทศ ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.54 นี้ ซึ่ง ส.อ.ท.ต้องการให้ภาครัฐรับทราบผลกระทบจากการปรับค่าแรงครั้งนี้ ซึ่ง ส.อ.ท.ยืนยันตั้งแต่ต้นแล้วว่าเห็นด้วยที่คุณภาพชีวิตของแรงงานจะดีขึ้นจาก ค่าจ้าง แต่ที่ผ่านมาผู้ประกอบการก็ดูแลพนักงานหรือลูกจ้างผ่านสวัสดิการอื่นๆ อย่างครอบคลุมอยู่แล้ว
"การหารือกับกระทรวงแรงงานครั้งนี้ เพราะต้องการทราบถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าแรงของคณะอนุกรรมการวิชาการและ กลั่นกรองค่าจ้างกลางที่เพิ่มขึ้นไม่สอดคล้องกับที่คณะอนุกรรมการค่า จ้างกลางของแต่ละจังหวัดเสนอไป" นายพยุงศักดิ์กล่าวและว่า ผลจากการปรับค่าจ้างแรงงานย่อมส่งผลให้สินค้าปรับ ราคาขึ้นตามไปด้วย แต่หากภาครัฐยังพยายามตรึงราคาสินค้าในหลายๆ ประเภทที่วัตถุดิบด้านต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นจะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดแน่ นอน.
(ไทยโพสต์, 21-12-2553)