21 ม.ค. 54 - ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้ รายงานเกี่ยวกับการดำเนินการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ในการช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากจรวดคัสซัม ที่คิบบุตซ์นาฆาล โอ๊ช (Nahal Oz) ใกล้กับฉนวนกาซา ประเทศอิสราเอล โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดและเดินทางไปเยี่ยมคนงานไทยที่โรงพยาบาล เพื่อให้กำลังใจ ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๔ นั้น
ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ เดินทางไปเยี่ยมและติดตามผลการรักษาของคนงานไทย ๒ คน ที่โรงพยาบาล Soroka อีกครั้ง โดยอาการของทั้ง ๒ คนดีขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เป็นล่ามให้แก่คนงานไทยทั้ง ๒ คนในการดำเนินการแจ้งความจำนงค์เพื่อเรียกค่าเสียหายจากสำนักประกันสุขภาพ แห่งชาติของ ประเทศอิสราเอล (Bituach Leumi) อีกด้วย
(RYT9, 21-1-2554)
นายจ้างลอยแพคนงานไม่จ่ายอ้างเหตุไฟไหม้
นับตั้งแต่ วันที่ 23 มิ.ย.2553 เวลา 21.30 น.จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 7 เดือนกว่าที่เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างแรงที่บริษัท พีซีบี เซ็นต์ จำกัด ตั้งอยู่นิคมฯอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ เลขที่ 684-685 ถ.สุขาภิบาล 8 หมู่ 11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายจ้างเป็นคนไทยโดยทำกิจการผลิตแผงวงจรอิเลคทรอนิกส์ ส่งขายให้ต่างประเทศ มีพนักงานทั้งหมด 500กว่าคน
สาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้เกิดที่แผนกเพร์สเนื่องจากอุณหภูมิเครื่อง hot press มีความร้อนสูงถึง 400 องศา ปกติ 220 องศา ทำให้เกิดประกายไฟขึ้นแล้วเครื่องระเบิด มีผู้บาดเจ็บสาหัสทั้งหมด 7 คนต่อมาได้เสียชีวิต 3 คน ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลือขณะนี้อยู่ที่ศูนย์ฟื้นฟู จ.ระยอง หลังจากเกิดไฟไหม้บริษัทฯก็ได้ปิดโรงงานชั่วคราว โดยจ่ายค่าจ้างให้พนักงาน 75 % แต่การจ่ายค่าจ้างไม่ตรงตามกำหนดการจ่ายและบริษัทฯบอกว่าอาจจะปิดโรงงาน พนักงานจึงได้ไปร้องเรียนตามหน่วยงานภาครัฐต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กรรมาธิการการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร, นายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ,ผู้ว่าราชการจ.ชลบุรี ,สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานจ.ชลบุรี แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งการจ่ายค่าจ้างช้าทำให้พนักงานทุกคนได้รับความเดือดร้อน
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 เวลา 14.00 น.ตัวแทนบริษัทฯ,สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานจ.ชลบุรีเจ้าหน้าที่ กระทรวงแรงงาน ,กรรมาธิการการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกับตัวแทนลูกจ้าง ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจ.ชลบุรี ตัวแทนบริษัทฯบอกว่าจะปิดกิจการในวันที 27 มกราคม 2554 แต่มีเงินจ่ายเพียง 6.5 ล้านบาท และห้ามฟ้องร้องใดๆอีก ทำให้ตัวแทนพนักงานรับไม่ได้ ซึ่งหากเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดต้องจ่ายเงินทั้งหมดรวมเป็นเงิน 60 ล้านกว่าบาท และเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจ.ชลบุรี แนะนำให้เขียนคำร้อง คร.7 หากบริษัทฯปิดโรงงาน เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมาย
จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้พนักงาน 500กว่าคนได้รับความเดือดร้อนจะหางานใหม่ก็ลำบากเพราะอายุมากแล้วจึงต้อง เรียกร้องให้บริษัทฯจ่ายเงินตามที่กฎหมายกำหนด
(นักสื่อสารแรงงาน, 22-1-2554)