นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2554 เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 เมษายนว่า มติในที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานฯ ยืนยันที่จะจัดการประกวดเทพธิดาแรงงานต่อไป เพราะการประกวดังกล่าว ไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียให้แรงงานหญิงแต่อย่างใด แต่เป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาลในการเฟ้นหาตัวแทนผู้ใช้แรงงาน เพื่อมาเป็นพรีเซนเตอร์ผู้ประกันตนมาตรา 40 หรือ แรงงานนอกระบบ ใช้งบประมาณจำนวน 5 แสนบาท จากงบกลางในการประชาสัมพันธ์ดึงแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคมของ รัฐบาล ไม่เกี่ยวกับเงินของสำนักงานประกันสังคม หรือกระทรวงแรงงานแต่อย่างใด
นายชินโชติกล่าวด้วยว่า ปีนี้แรงงานมีข้อเรียกร้อง 9 ข้อ ที่จะยื่นต่อรัฐบาล และคาดหวังว่าข้อเรียกร้องปีนี้จะได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลอย่างเป็น รูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องค่าจ้างที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดบ่อยครั้งว่าจะปรับให้สูงขึ้น กว่าร้อยละ 25 ภายใน 2 ปี รวมทั้งการรับรองอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98 และการปฏิรูประบบประกันสังคม ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันที นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 ในอัตราร้อยละ 50 เพื่อจูงใจให้แรงงานนอกเข้าสู่ระบบมากขึ้น
ในส่วนงบประมาณการจัดงานที่ขอเพิ่มไป 3 ล้านบาทนั้น นายชินโชติชี้แจงว่า กว่าร้อยละ 90 นำไปใช้ในการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระชนมมายุ 84 พรรษา และใช้ถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ รวมทั้งเป็นงบจัดงานในส่วนภูมิภาคอีก 5 แสนบาทด้วย
ผู้สื่อข่าวข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมถกเถียงกันมากถึงเรื่องการทำหนังสือชี้แจงไปยังกลุ่มบูรณาการแรง งานสตรี และหน่วยงานที่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการประกวดเทพธิดาแรงงาน ซึ่งที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ควรทำหนังสือชี้แจง เพราะเป็นการต่อความยาวสาวความยืดไม่จบ แต่ได้เสนอให้แถลงผ่านสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม มีตัวแทนจากสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ตั้งคำถามถึง นายชีวเวช เวชชาชีวะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นผู้ที่จัดงบประมาณในส่วนการประกวดเทพธิดาแรงงานถึงเหตุผลที่ต้องจัด ประกวดธิดาแรงงาน เพราะทำให้คณะกรรมการฯถูกสังคมโจมตี นอกจากนี้ยังตั้งคำถามไปยัง นางสุนีย์ ไชยรส รองประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรีด้วยว่า ทำไมต้องออกมาโจมตีผ่านสื่อ แทนที่จะมาคุยกันในที่ประชุม เพราะทำให้เห็นถึงความแตกแยกของกลุ่มแรงงาน
(บ้านเมือง, 2-4-2554)