ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์เอกชนกำลังเผชิญภาวะแรงงานตึงตัว แนะเร่งปรับตัวสู้คู่แข่ง : SIAMHRM.COM

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์เอกชนกำลังเผชิญภาวะแรงงานตึงตัว แนะเร่งปรับตัวสู้คู่แข่ง




กรุงเทพฯ 2 พ.ค.- บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า จากนโยบายภาครัฐที่มีแนวคิดจะปรับขึ้นอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำร้อยละ 25 ในระยะเวลา 2 ปี เพิ่มเติมจากที่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา ได้มีการบังคับใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ซึ่งปรับขึ้นประมาณ 8-17 บาททั่วประเทศ และมีแนวคิดที่จะเสนอมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจไปพร้อม กับการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างแรงงานเช่นกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่าการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างแรงงานจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของแรงงานให้ดี ขึ้น โดยเฉพาะภายใต้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ผู้บริโภคกำลังต้องเผชิญกับภาระราย จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น และยังช่วยจูงใจให้แรงงานที่อยู่ในภาคเกษตร เข้ามาทำงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการมีแนวโน้มเพิ่ม สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาด้านประสิทธิภาพของแรงงานไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าผลิตภาพการผลิตต่อหน่วยของแรงงานไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1.6 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่ช้ากว่าการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างที่แท้จริงที่ขยับขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 3.5 ต่อปี ดังนั้น ภาครัฐจึงควรหามาตรการที่จะช่วยสนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถทำการแข่งขันได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ ผู้ประกอบการไทยในบางอุตสาหกรรมกำลังเสียเปรียบให้กับคู่แข่งบางประเทศ เนื่องจากต้นทุนค่าแรงงานที่มีสูงกว่าประเทศคู่แข่ง เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอที่ไทยมีอัตราค่าจ้างแรงงานประมาณ 1.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง ขณะที่เวียดนามมีอัตราค่าจ้างอยู่ที่ประมาณ 0.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง เท่านั้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมองว่า นอกจากเครื่องมือทางภาษีที่รัฐบาลจะพิจารณาเพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ แล้ว รัฐบาลน่าจะมีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาและยกระดับฝีมือแรงงานไทยให้มี คุณภาพในระยะยาว โดยเริ่มต้นจากการจัดระบบการศึกษาทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับอุดมศึกษาจนถึงระดับมหาวิทยาลัยเพื่อให้สามารถผลิตบุคลากรให้ สอดคล้องกับความต้องการของสาขาอาชีพ เพื่อให้เกิดความสมดุลในตลาดแรงงานและการใช้กำลังแรงงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพสอดคล้องกับวิชาชีพที่เรียนมา ขณะที่ผู้ประกอบการคงจะต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับต้นทุนแรงงานที่จะเกิด ขึ้นในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการที่ยังคงต้องพึ่งพาแรงงานเป็นกำลังหลักในการขับ เคลื่อนธุรกิจ เช่น เกษตรกรรม ประมง และขนส่ง เป็นต้น และกลุ่มผู้ประกอบการที่รับจ้างการผลิตจากต่างประเทศที่ในอุตสาหกรรมนั้น มีการแข่งขันที่สูงอยู่แล้ว เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น ต้องเตรียมพร้อมในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้มีศักยภาพมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนการผลิตลง นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรจะต้องมีการกำหนดแผนระยะยาวในการพัฒนาต่อยอดทาง ธุรกิจมากขึ้น หันมาใช้เครื่องจักรกล และเทคโนโลยีใหม่ ขณะที่กำลังแรงงานในวัยทำงานของไทยกลับมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุมาจากกำลังแรงงานช่วงอายุ 25-39 ปี ที่จะเข้ามาเป็นแรงงานทดแทนมีปริมาณลดลงประมาณ 100,000 คนต่อปี

สำหรับภาวะตลาดแรงงานไทยในปี 2554 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าอัตราการว่างงานของไทยจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำประมาณร้อยละ 0.9-1.1 โดยการจ้างงานยังน่าที่จะเติบโตขึ้นสอดคล้องกับทิศทางการขยายการลงทุนของภาค รัฐและเอกชน แต่ตลาดแรงงานปัจจุบันกำลังเผชิญกับภาวะตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างเป็นจำนวนมากทั้งโครงการขนาดใหญ่ของภาค รัฐหลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้า เป็นต้น ขณะที่ภาคเอกชนเองก็มีการลงทุนเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายโครงการ พร้อมกันทำให้เกิดการแย่งชิงแรงงานขึ้น

(สำนักข่าวไทย, 2-5-2554)



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM