25 พ.ค. 54 - บริษัทคอรัส ซึ่งเป็นกิจการในยุโรปที่อยู่ในเครือบริษัททาทา สตีล แถลงว่าบริษัทจะปลดพนักงานราว 1,500 ตำแหน่งในอังกฤษ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างแผนกผลิตภัณฑ์เหล็กรูปทรงยาว ซึ่งเป็นแผนกที่มียอดขาดทุน ขณะที่คอรัส เผชิญกับต้นทุนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่พุ่งขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ กิจการในยุโรปครองสัดส่วนราว 2 ใน 3 ของกำลังการผลิตทั่วโลกของทาทา สตีล ซึ่งอยู่ที่ราว 30 ล้านตัน ในขณะที่กิจการในอินเดียครองสัดส่วนราว1 ใน 4 นอกจากนี้ ทาทา สตีลยังมีกิจการในไทยและสิงคโปร์ด้วย
ทาทา สตีล ประสบปัญหาเหมือนบริษัทอื่นๆในอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งได้แก่ส่วนต่างกำไรที่ลดลงนับตั้งแต่ปีที่แล้ว ในขณะที่ราคาวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น และอุปสงค์จากภาคก่อสร้างอยู่ในระดับอ่อนแอ โดยภาคก่อสร้างถือเป็นลูกค้าสำคัญของผลิตภัณฑ์เหล็กรูปทรงยาว
ทาทา สตีลระบุว่า การปรับจุดสนใจไปยังตลาดมูลค่าสูงจะส่งผลให้บริษัทปิดกิจการบางส่วนในโรงงานสกันธอร์ป ทางตอนเหนือของอังกฤษ ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตในอังกฤษลดลงราว 1 ใน 4
นายคาร์ล-อุลริค โคห์เลอร์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)กิจการในยุโรปของทาทา สตีล กล่าวว่า ไม่มีบริษัทใดที่สามารถแบกรับความสูญเสียระดับนี้ไว้ได้นาน บริษัทมียอดขาดทุนสูงมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยทาทา สตีลจะเปิดเผยผลประกอบการตลอดทั้งปีในสัปดาห์นี้
นายโคห์เลอร์กล่าวว่า ช่วงต้นปี 2553 เป็นช่วงที่น่าพึงพอใจ ซึ่งส่งผลให้บริษัทเริ่มใช้กำลังการผลิตที่เคยหยุดพักไปในโรงงานสกันธอร์ป แต่อุปสงค์ไม่ได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเท่าที่คาด
นายโคห์เลอร์กล่าวว่า "ภาวะอ่อนแอในตลาดคือหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เราวางแนวทางปฏิบัติที่ยากลำบากนี้ ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งคือแนวโน้มด้านกฎระเบียบเนื่องจากกฎหมายคาร์บอนของสหภาพยุโรปอาจส่งผลให้อุตสาหกรรมเหล็กกล้าต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก"
อย่างไรก็ตาม แม้แผนปรับเปลี่ยนระบบการค้าคาร์บอนของสหภาพยุโรป (อียู) จะมีผลบังคับใช้ในปี 2556 แต่แผนนี้ก็เริ่มสร้างความกังวลให้แก่ภาคอุตสาหกรรมแล้ว โดยยูโรเฟอร์ซึ่งเป็นหน่วยงานการค้าวางแผนจะยื่นเรื่องทางกฎหมายเพื่อคัดค้านกฎใหม่นี้ และบริษัทบางแห่งเตือนว่า แผนดังกล่าวอาจส่งผลให้อุตสาหกรรมหนักย้ายฐานการผลิตออกจากยุโรป
นายโคห์เลอร์ กล่าวเสริมว่า มีความไม่แน่นอนในเรื่องที่ว่า รัฐบาลอังกฤษจะปรับขึ้นค่าคาร์บอนหรือไม่ โดยในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศว่าจะเรียกเก็บค่าคาร์บอนคงที่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2556 โดยจะเรียกเก็บที่ระดับ 16 ปอนด์ต่อตัน ก่อนจะปรับขึ้นสู่ 30 ปอนด์ต่อตันภายในปี2563
การที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 20 % นับตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คอรัสปรับลดตำแหน่งงาน