17 มิ.ย.54 - นายบุญเสริม เจริญรัตนโอภาส อายุ 48 ปี ชาวอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมเกษตรกรชาวสวนผู้ปลูกมะม่วง มะพร้าวน้ำหอม และหมาก พลู รวมถึงชาวนาและผู้เลี้ยงกุ้ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ปัจจุบันชาวอำเภอบางคล้าในหลายตำบล เช่น ตำบลสาวชะโงก บางสวน บางคล้า ปากน้ำและหัวไทร ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางปะกง กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากปัญหาน้ำในแม่น้ำไม่ไหลเข้าสู่ลำคลองสาขา ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดฝอยของลุ่มน้ำที่แตกแขนง หล่อเลี้ยงชาวอำเภอบางคล้าในทุกสาย
ทั้งนี้ ปัญหาที่ชาวบ้านพบ เกิดขึ้นหลังจากบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน ) หรือ อีสวอเตอร์ ได้เข้ามาสูบน้ำในแม่น้ำบางปะกงเพื่อขายให้แก่ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
“บริษัทสูบน้ำยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ได้เข้ามาตั้งสถานีสูบน้ำไว้หลายสิบแห่ง เพื่อรอสูบน้ำเก็บไว้ทุกฤดูกาลตลอดลำน้ำบางปะกงเพื่อส่งขายให้แก่ภาคอุตสาหกรรม จนทำให้น้ำต้นทุนในลำน้ำบางปะกงหมดไปด้วย และไม่มีน้ำไหลเข้าสู่ลำคลองสาขา ทำให้ลำคลองทุกสายที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำบางปะกงอยู่ในสภาพแห้งขอด จนแทบไม่มีน้ำเหลือไว้ให้แก่ภาคเกษตรกรรมได้ใช้ทำการเกษตร ทั้งที่ขณะนี้เป็นช่วงของฤดูฝนก็ตาม”
นายบุญเสริม ยังกล่าวอีกว่า ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ชาวบ้านยังไม่เคยได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือและบริษัทเอกชนที่เข้ามาสูบน้ำไปจากชาวบ้าน ซึ่งขณะนี้พื้นที่อำเภอบางคล้า ยังไม่มีระบบชลประทานเข้ามาถึง และยังไม่มีการช่วยเหลือหลังจากเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในภาคเกษตรแต่อย่างใด จึงวอนให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบเข้ามาแก้ไขปัญหาของชาวบ้านโดยด่วน