ทีดีอาร์ไอชี้เงินเดือน ป.ตรี1.5 หมื่นบาท ทำเด็กอาชีวะเห่อเรียนปริญญา-ทำบัณฑิตตกงานพุ่ง : SIAMHRM.COM

ทีดีอาร์ไอชี้เงินเดือน ป.ตรี1.5 หมื่นบาท ทำเด็กอาชีวะเห่อเรียนปริญญา-ทำบัณฑิตตกงานพุ่ง




รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงนโยบายการปรับเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีรุ่นใหม่เป็น 1.5 หมื่นต่อเดือนของรัฐบาลชุดใหม่ ว่า จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของแผนการพัฒนากำลังคนของประเทศ จะทำให้มีเด็กที่เรียนจบปริญญาตรีตกงานมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันตลาดแรงงานในส่วนของภาคเอกชนมีความต้องการใช้แรงงานที่มี วุฒิปริญญาตรีแค่ 5% ขณะที่จำนวนบัณฑิตที่ตกงานเฉลี่ยอยู่ 1 แสนคนต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้ 70% เป็นบัณฑิตสายสังคมศาสตร์ เชื่อว่านโยบายนี้จะทำให้โครงการสร้างกำลังคนของประเทศมีความบิดเบือนมาก ยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมาปัญหาค่านิยมเรียนต่อ ปริญญาตรีของเด็กไทยมีมากอยู่แล้ว เมื่อนโยบายเรื่องนี้ออกมา จะยิ่งเป็นแรงจูงใจให้เด็กม.ปลายและอาชีวะหันไปเรียนต่อปริญญาตรีมากยิ่ง ขึ้นเพราะมองเห็นถึงรายได้ที่มั่นคง ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยในไทยที่มีประมาณ 160 แห่งต่างเปิดสอนคณะและสาขาวิชาซ้ำซ้อนกัน นโยบายนี้จะยิ่งไปซ้ำเติมปัญหาบัณฑิตปริญญาตรีตกงานมากยิ่งขึ้น บัณฑิตที่ตกงานโดยเฉพาะสายวิทยาศาสตร์นั้นหน่วยงานราชการควรดึงบัณฑิตกลุ่ม นี้ไปเป็นครู อาจารย์สอนในระดับปวช.และปวส.หรือสอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษในโรงเรียน ทั้งนี้ นโยบายนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเตรียมการรองรับรศ.ดร.ยงยุทธ กล่าว

รศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า หากจะปรับเงินเดือนแรกเข้าของหน่วยงานราชการเป็น 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน จะมีผลกระทบทำให้ต้องปรับโครงสร้างบัญชีเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ เนื่องจากปรับแค่เงินเดือนแรกเข้า จะไม่ยุติธรรมกับข้าราชการเดิม ขณะที่ในส่วนของภาคเอกชนจะต้องมีการคัดเลือกคนเข้าทำงานที่เข้มข้นขึ้นเพราะ รับคนได้น้อยลง เนื่องจากต้นทุนค่าแรงสูงขึ้น ทำให้โอกาสที่บัณฑิตปริญญาตรีจะตกงานมีเพิ่มขึ้นซึ่งหมายถึงตลาดแรงงานระดับ ปริญญาตรีจะแคบลง อย่างไรก็ตาม ระยะยาวจะส่งผลเสียทำให้รัฐสูญเปล่าด้านงบประมาณในการผลิตบัณฑิต แต่ก็จะมีผลดีต่อตลาดแรงงานระดับกลางที่มีความต้องการรับผู้จบวุฒิปวช.และ ปวส. เพราะจะทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นโดยผู้ที่จบปริญญาตรีที่ตกงานจะยอมลดวุฒิมา ใช้วุฒิปวช.และปวส.สมัครงาน

ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ผู้ร่างนโยบายด้านการศึกษาของพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การที่พรรคมีนโยบายเงินเดือนแรกเข้า ป.ตรี 1.5หมื่นบาท เพราะเห็นว่าที่ผ่านมาผู้ที่เข้าสู่ระบบราชการเงินเดือนน้อย ไม่เพียงพอต่อการครองชีพ กว่าจะได้เงินเดือนที่สูงก็อายุมากแล้ว อย่างไรก็ตามนโยบายนี้จะดำเนินการในกลุ่มของข้าราชการที่บรรจุใหม่ จะไม่ครอบคลุมไปถึงข้าราชการระดับสูง เพราะได้รับเงินเดือนสูงอยู่แล้ว จะทำให้ช่องว่างเงินเดือนข้าราชการแรกเข้ากับสุดท้ายแคบลง

ทั้งนี้ นโยบายด้านการศึกษาของเพื่อไทยมีแผนที่จะปรับการผลิตอัตรากำลังคนให้สอด คล้องกับความต้องการของประเทศ โดยจะมีการเชิญสถานประกอบการ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และสถาบันอุดมศึกษา มาหารือร่วมกันในเรื่องนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีเด็กที่จบ ม.3 เรียนต่อม.ปลาย และอาชีวะ อยู่ในสัดส่วนร้อยละ 60 ต่อ 40 ซึ่งจะต้องขยับสัดส่วนเด็กเรียนอาชีวะให้สูงขึ้น

โดยเฉพาะในส่วนของสายช่างสาขาต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีเด็กเรียนน้อย ส่วนใหญ่จะเรียนอาชีวะสายสามัญ เช่น บริหารธุรกิจ ขณะที่สถานประกอบการต้องการแรงงานอาชีวะสายช่างมากกว่า รวมถึงปรับสัดส่วนการผลิตบัณฑิตระหว่างสายสังคมศาสตร์ กับสายวิทยาศาสตร์ จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 70 ต่อ 30 มาเป็น ร้อยละ 60 ต่อ 40

ปัจจุบันเด็กอาชีวะมีค่านิยมเรียน ต่อปริญญาตรีอยู่แล้ว โดยเด็กจบปวช.เข้าสู่ตลาดแรงงานแค่ 50% ที่เหลือไปเรียนต่อปริญญาตรี เชื่อว่านโยบายนี้ จะไม่ไปซ้ำเติมปัญหาปริญญาตรีล้นตลาด เพราะต่อไปอาชีวะจะมีการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา และจะเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี ทำให้เด็กอาชีวะเรียนต่อถึงปริญญาตรีได้ และได้รับค่าจ้างสูงขึ้นและมีความก้าวหน้าในการทำงาน อย่างไรก็ตาม พรรคจะหารือกับผู้ประกอบการเพื่อให้ปรับเงินเดือนผู้ที่จบ ปวช.และ ปวส.สูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทีมเศรษฐกิจของพรรคกำลังหารือกัน เพื่อจูงใจให้เด็กเรียนสายอาชีวะและเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้นศ.พิเศษดร.ภา วิช กล่าว

(แนวหน้า, 28-7-2554)



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM