ก.แรงงาน 1 ส.ค.- คนงานแห่ร้องทุกข์ หลังถูกหลอกจะพาไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล เผยถูกหลอกเงินคนละ 75,000-200,000 บาท พร้อมนัดวันบินก่อนปิดบริษัทฯ หนี เผยใช้วิธีส่งไปรษณียบัตรชักชวนไปที่บ้าน หวั่นมีเหยื่อถูกหลอกอีกนับหมื่น
นายสราวุธ คำนวณพิทักษ์ ชาว จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยเพื่อนคนงานรวม 4 คน เข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่กองตรวจและคุ้มครองคนหางาน กระทรวงแรงงาน หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพ เปิดบริษัทจัดหางานเถื่อน หลอกลวงว่าจะพาไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล เก็บค่าใช้จ่ายคนละ 75,000-200,000 บาท พร้อมนัดวันขึ้นเครื่องบิน แต่สุดท้ายกลับปิดบริษัทหอบเงินหนี
นายสราวุธ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ มีไปรษณียบัตรของบริษัทไทยโอเอ เอ็นเตอร์ไพรส์ ตั้งอยู่ที่ 68/808 หมู่บ้านไพลินปารค์ ซ.รัตนธิเบศร์ 28 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี มีนายเอกพล รัตนดำรงค์ อายุ 36 ปี เป็นเจ้าของ มาถึงบ้านพักตนที่ จ.ขอนแก่น พร้อมระบุว่ามีตำแหน่งงานในอิสราเอล เสียค่าใช้จ่ายคนละ 25,000 บาท โดยไม่เสียค่านายหน้า ตนสนใจเดินทางมาติดต่อ และพบว่าที่บริษัทมีคนงานสนใจมาติดต่อจำนวนมาก ที่สำคัญยังมีการนำชาวต่างชาติ 2 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นนายจ้างมาสัมภาษณ์งานด้วยตนเอง ทำให้หลงเชื่อ นำที่ดินไปจำนองกับธนาคารเป็นเงิน 100,000 บาท เพื่อเสียค่าใช้จ่ายให้บริษัทฯรวม 75,000 บาท โดยมีเพื่อนคนงานรวม 35 คน ถูกนัดให้มาขึ้นเครื่องบินเดินทางพร้อมกัน เมื่อวันที่ 5 ก.ค. และ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา
นายสราวุธ กล่าวอีกว่า ก่อนถึงกำหนดนัด วันที่ 4 ก.ค. ตนและเพื่อนคนงานไม่สามารถติดต่อตัวแทนบริษัทฯ ได้ จึงตามไปที่บริษัทฯ และพบว่ามีการปิดบริษัทฯ หนีไปแล้ว จึงไปร้องเรียนที่จัดหางานจังหวัดนนทบุรี และแจ้งความที่ สภ.ลาดโตนด จ.นนทบุรี แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดตำรวจเพียงออกหมายเรียก นางวิลาวรรณ จันทวงศ์ เสมียนบริษัทฯ มาสอบสวนเพียง 2 ครั้ง ซึ่งตนกลัวว่าจะมีเพื่อนคนงานหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อเหมือนตนจำนวนมาก เพราะขณะไปสมัครงานที่บริษัทฯ พบไปรษณียบัตรลักษณะเดียวกับที่ตนเคยได้รับรอการส่งอีกนับหมื่นใบ
ทั้งนี้ หลังการร้องเรียนที่กองตรวจฯ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวน จนพบว่า นายเอกพล รัตนดำรงค์ ชื่อเดิมคือ นายอเนก เงินสุวรรณ อายุ 36 ปี เคยถูกพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานยังต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังเคยมีหมายจับจากการก่อคดีในลักษณะเดียวกันอีกหลายพื้นที่ เช่นพิษณุโลก เชียงใหม่ กระบี่ ชลบุรี และกรุงเทพฯ รวมเกือบ10 คดี
(สำนักข่าวไทย, 1-8-2554)