สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 5 ส.ค.ว่า ผู้พิพากษาส่วนกลางของสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ยกฟ้องสองพี่น้องตระกูลซู คือ อเล็ค และไมค์ เจ้าของฟาร์มเกษตร “อะโลอัน ฟาร์มส” ในเมืองฮอนโนลูลู รัฐฮาวายของสหรัฐฯแล้ว จากข้อกล่าวหาเกี่ยวเนื่องนำกลุ่มแรงงานไทยเข้ามาบังคับใช้แรงงานในฟาร์ม
โดยสองพี่น้องตระกูลซู ถูกฟ้องข้อหาลักลอบค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมและอื่นๆ รวม 12 กระทง กรณีล่อลวงแรงงานไทยจำนวน 44 คนมาทำงานแล้วละเมิดสัญญาซึ่งถ้าถูกตัดสินว่าผิดจริง จะถูกจำคุกนาน 20 ปีโดยไม่มีทัณฑ์บน ทั้งคู่ถูกนำตัวขึ้นศาลเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังเปลี่ยนใจไม่ยอมรับข้อตกลงทางคดี เมื่อก.ย.ปีที่แล้ว อันจะทำให้รับโทษจำคุกสูงสุดแค่ 5 ปี
การยกฟ้องมีขึ้นเมื่ออัยการกลางร้อง ขอ นางซูซาน โอกิ มอลล์เวย์ หัวหน้าผู้พิพากษาศาลแขวงรัฐฮาวายให้ตัดสินยกฟ้องจำเลย อ้างพบหลักฐานใหม่ในสัปดาห์นี้ แต่ไม่ระบุว่าเป็นหลักฐานอะไรและศาลอนุมัติตามขอ ทั้งนี้ นางมอลล์เวย์ ตัดสินเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ว่าอัยการไม่สามารถยืนยันได้ว่าการที่ อเล็คและไมค์ เก็บค่าธรรมเนียมจ้างงานกับคนงานไทย 44 คนนั้น ขัดกฎหมายข้อไหนอย่างไร
ขณะที่นางซูซาน เฟรนช์ หัวหน้าอัยการยอมรับว่าเธอให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนต่อคณะลูกขุน ที่ว่ากลุ่มคนงานไทยไม่ควรถูกเก็บค่าธรรมเนียมจ้างงานภายใต้กฎหมายกลางของ สหรัฐฯ ที่มีอยู่ขณะเกิดเหตุ ซึ่งต่อมามีการแก้ไขเมื่อปี 2552 สั่งห้ามเก็บค่าธรรมเนียมจ้างงาน
ด้านคณะลูกขุน กล่าวว่า ระหว่างการไต่สวนคดี อัยการไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าจำเลยทั้งสองทำผิดตามข้อกล่าวหาลักลอบค้า มนุษย์กับบังคับใช้แรงงานจริง และยังพบด้วยว่าคนงานไทยไปไหนมาไหนโดยสะดวก หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตยังอยู่กับตัวและได้รับอาหารเลี้ยงดูตามปกติ
เอกสารคำให้การต่อศาลของอัยการก่อน หน้านี้ระบุว่า อเล็คและไมค์ ล่อลวงคนงานไทย 44 คนเข้ามาทำงานที่ฟาร์ม สัญญาให้ค่าจ้างชั่วโมงละ 9.60 ดอลลาร์ (ราว 288 บาท) เป็นเวลา 3 ปี เมื่อปี 2547 จนกลุ่มแรงงานไทยยอมจ่ายค่าธรรมเนียมจ้างงานหัวละ 16,000-20,000 ดอลลาร์ (ราว 480,000-600,000 บาท) แต่เมื่อมาถึงกลับผิดคาด ได้รับค่าจ้างต่ำกว่าสัญญา แถมการเป็นอยู่อัตคัตและได้วีซ่าอายุแค่ 2-3 เดือน คนไหนร้องเรียนจะถูกขู่ส่งกลับบ้านมือเปล่า
ขณะที่แคลร์ ฮานุซ ทนายความ ผู้รับว่าความช่วยแรงงานไทย เผยว่าอัยการไม่ได้ระบุชัดเจนว่าค่าธรรมเนียมจ้างงานที่คนงานไทยจ่าย ถูกนำมาจ่ายค่าเครื่องบินมาฮาวายอันจะทำให้ข้อกล่าวหามีน้ำหนักขึ้น เพราะคนงานไทยถูกว่าจ้างภายใต้โครงการวีซ่าแรงงานชั่วคราวที่นายจ้างต้อง จ่ายค่าเดินทางของแรงงาน ทำให้คดีนี้ตกไป ข่าวระบุด้วยว่าแรงงานไทยหลายคนยังอยู่ในฮาวาย เพื่อดำเนินการฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าชดเชยจากสองพี่น้องตระกูลซูต่อไป
(ไทยรัฐ, 5-8-2554)