ด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ จำนวน 1 อัตรา โดยมีรายละเอียดดังนี้
คุณสมบัติหลัก
ต้องมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2541 มาตรา 35 และมีคุณสมบัติได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาชั้นสูงอื่นที่ สภามหาวิทยาลัยรับรอง และมีประสบการณ์ด้านการบริหารหรือด้านวิชาชีพที่เกี่ยวข้องมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
คุณสมบัติทั่วไป
1. มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ.ให้การรับรอง โดยมีความรู้
พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ วิศวกรรมศาสตร์ โดยผู้มีวุฒิการศึกษาระดับ
ปริญญาโท ต้องมีประสบการณ์การวิจัยและพัฒนาและมีความสามารถในการบริหารจัดการ
องค์กรไม่ต่ำกว่า 5 ปี และไม่ต่ำกว่า 3 ปี สำหรับผู้มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก
2. ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเทียบเท่าดังต่อไปนี้
- ผู้บริหารระดับกลางของหน่วยงานตั้งแต่ระดับสำนัก สถาบัน หรือศูนย์ขึ้นไป ในส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ
- ผู้บริหารตั้งแต่ ระดับภาควิชาขึ้นไป ในสถาบันการศึกษา
- ผู้ดำรงตำแหน่งบริหารของหน่วยงานที่มีพนักงานไม่น้อยกว่า 100 คน เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
ในหน่วยงานของภาคเอกชน
3. มีคุณสมบัติอย่างน้อยตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2550 ข้อ 10
(ตามเอกสารแนบท้ายหน้า 5)
คุณลักษณะทั่วไป
1. ควรมีคุณสมบัติด้านวิชาการ
1.1 มีสัมฤทธิผลด้านวิชาการระดับสูง เป็นที่ยอมรับในระดับอุดมศึกษา
1.2 มีความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์ทางด้านวิชาการ
1.3 มีความสนใจ เอาใจใส่ในหลักการและปรัชญาการศึกษามีความเป็นนักวิชาการ ยอมรับใน
ความสำคัญและสนับสนุนการพัฒนาวิชาการ ทุกสาขา
2. ควรมีคุณลักษณะด้านผู้นำ
2.1 มีความคิดริเริ่ม
2.2 มีใจกว้างในการรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ร่วมงานทุกฝ่ายและทุกระดับ
2.3 มีความมั่นคงทางอารมณ์ กล้าเผชิญกับปัญหาและสามารถตัดสินใจให้เหมาะสมกับ
เหตุการณ์
2.4 มีความสามารถในการประสานความสามัคคี ระหว่างผู้ร่วมงานและผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาได้
เป็นอย่างดี
2.5 มีบุคลิกภาพที่ก่อให้เกิดความศรัทธา ความเคารพนับถือและเชื่อถือแก่ผู้ร่วมงาน
2.6 มีคุณธรรมและจริยธรรม อันเป็นตัวอย่างที่ดี
2.7 มีความรับผิดชอบสูงและมองการณ์ไกล
3. ควรมีคุณลักษณะด้านการบริหาร
3.1 มีประสบการณ์และผลงานที่ดีในการบริหาร
3.2 มีความสามารถในการวางนโยบายและแผนงานและสามารถบริหารงานให้เป็นไปตามแนว
นโยบายและแผนงานที่วางไว้ สามารถจัดการดำเนินการภายในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อ
ให้เกิดความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ
3.3 สามารถสร้างลักษณะการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ
3.4 สามารถดึงดูดคนดี มีความสามารถเข้าร่วมงานสามารถจัดคนให้เหมาะสมกับงานและ
ผูกพันจิตใจให้อยู่ร่วมทำงานต่อไป สามารถสละเวลาได้เต็มที่ ในการบริหารงานสถาบัน
สำนัก และส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ รวมทั้งมหาวิทยาลัย และ
งานอื่นๆ ที่เป็นเกียรติแก่มหาวิทยาลัย สามารถดึงดูดหรือจัดหาโครงการวิจัยและ
ทรัพย์สินเข้าสู่สถาบัน สำนัก และส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
และมหาวิทยาลัย
4. ควรมีคุณลักษณะด้านมนุษยสัมพันธ์
4.1 สามารถเข้ากับผู้ร่วมงานได้ดี
4.2 ได้รับความเชื่อถือและยกย่องจากสังคมทั่วไป
4.3 มีความสามารถในการติดต่อประสานงานกับองค์การในด้านต่างๆ ทั้งภายในและนอก
ประเทศ
คุณสมบัติและประสบการณ์ และความต้องการ ภารกิจ วัตถุประสงค์ รวมถึงผลและเป้าหมายที่ต้องทำให้
สำนักฯ สัมฤทธิผลภายในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งของผู้ที่จะเป็นผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ (พ.ศ. 2554 – 2558)
คุณสมบัติและประสบการณ์เฉพาะตำแหน่ง
1. มีความเป็นผู้นำและมีความสามารถในการสร้างสถาบันชาติ สามารถสร้างทีมงาน และ
สามารถดำเนินงานจากแนวนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้
2. มีความสามารถและทักษะในการคิดและมองภาพรวมในด้านการคิดเชิงกลยุทธ์ คิดเชิงสร้างสรรค์
และคิดเชิงวิเคราะห์ ตลอดจนมีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับมหาวิทยาลัย
3. มีความรู้ เข้าใจ และศรัทธาในการบริหารงานแบบสหวิทยาการ ที่เรียกว่า “R&D Cluster”
4. มีความสามารถในการพัฒนาให้เกิดความร่วมมือกับภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐรวมถึงรัฐวิสาหกิจ
และองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร
หน้าที่และความรับผิดชอบ
1. บริหารงานทั่วไปของสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ
2. นำนโยบาย แผนกลยุทธ์ ทั้งระยะสั้น และยาว ไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งมีกลไกการติดตาม
ประเมินผลอย่างชัดเจนและเป็นระบบ เพื่อให้สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ
เป็นหน่วยงานมีความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านต่างๆ ไปพร้อมกับการบริการวิชาการอย่างมืออาชีพ
3. จัดทำและบริหารงบประมาณประจำปีของสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ
4. กำกับการดำเนินงานของฝ่าย/ห้องปฏิบัติการวิจัยต่างๆ ผ่านทางหัวหน้าฝ่าย/หัวหน้าห้องปฏิบัติการ
เพื่อสนับสนุน ภารกิจของมหาวิทยาลัย (การผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ ฯลฯ) รวมทั้งสร้าง
และประสานความร่วมมือระหว่างฝ่าย/ห้องปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
5. บริหารจัดการให้มีการวิจัย และพัฒนาอย่างครบวงจร จนสามารถนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี
ไปยังกลุ่มเป้าหมายตามความต้องการของประเทศ
6. สามารถจัดหาทรัพยากร และบริหารจัดการแบบ Performance- Based Budgeting System (PBBS)
เพื่อใช้ในการพัฒนาภารกิจและองค์กร
7. พัฒนาและบริหารงาน ระบบ R&D Cluster ให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
8. พัฒนาระบบบริหารความรู้และทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ
มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
9. มีแนวทางที่ชัดเจน ในการส่งเสริมให้วิทยาเขตบางขุนเทียน เป็น Research Park ที่โดดเด่น
10. พัฒนาและบริหารความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ
......................................................................................
หมายเหตุ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน เมื่อครบแต่ละวาระจะมีการสรรหาตามข้อบังคับการสรรหาของมหาวิทยาลัย และมีการประเมินผลงานตามข้อกำหนดในสัญญาในระหว่างการดำรงตำแหน่งทุกปี
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kmutt.ac.th หรือสอบถามได้ที่งาน การประชุมและพิธีการ โทร. 0-2470-8046 และสมัครด้วยตนเอง หรือส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ได้ที่งาน การประชุมและพิธีการ (ชั้น 6) อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เลขที่ 126 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140 ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม - 8 กันยายน 2554 ในเวลาทำการ
ประกาศ ณ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554
สุภาณี เลิศไตรรักษ์
(ผศ. สุภาณี เลิศไตรรักษ์)
รองอธิการบดีฝ่ายบุคคล ปฏิบัติการแทน
อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
คุณสมบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2550
หมวด 2 พนักงานและลูกจ้าง
........................................................................
ข้อ 10 ผู้ที่จะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัยจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) มีอายุไม่น้อยกว่าสิบแปดปี และไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์
(2) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(3) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(5) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องทางศีลธรรม
(6) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้
(7) ไม่เป็นโรคติดต่อตามที่คณะกรรมการกำหนด
(8) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักงาน พักราชการ หรือสั่งให้หยุดงานเป็นการชั่วคราว ในลักษณะ
เดียวกันกับพักงานหรือพักราชการ
(9) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุก โทษคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด
ที่ได้กระทำ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(10) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น
เพราะกระทำผิดวินัย