นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" จากที่รัฐบาลมี นโยบายที่จะกระจายรายได้ควบคู่ไปกับการจัดทำมาตรการเพื่อลดภาระค่าครองชีพ ของประชาชน ในส่วนของการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำซึ่งกระทรวงแรงงานเป็นผู้รับผิด ชอบดูแลนั้น ล่าสุด จากที่ตนได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปเบื้องต้นชัดเจนแล้วว่า จะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน นำร่องก่อน 7 จังหวัดซึ่งพิจารณาดูแล้วมีความพร้อมมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.), สมุทรสาคร, ปทุมธานี, นครปฐม, นนทบุรี, สมุทรปราการ และจังหวัดภูเก็ต แนวทางดำเนินการคือจะปรับขึ้น 40% โดยใช้บัญชีอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่ประกาศใช้อยู่ขณะนี้เป็นฐาน ส่วนที่เหลืออีก 70 จังหวัดจะมีการทยอย ปรับขึ้นค่าแรงเพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในลำดับต่อไป
สำหรับ 7 จังหวัดแรกซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องมี 6 จังหวัด คือ กทม., สมุทรสาคร, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, นนทบุรี และนครปฐม ปัจจุบันอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำอยู่ในระดับเท่ากันที่ 215 บาท/วัน เมื่อปรับขึ้นเพิ่มจากฐานเดิม 40% หรือปรับเพิ่มขึ้น 86 บาท จะทำให้ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 301 บาท/วัน ขณะที่จังหวัดภูเก็ตเดิมอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 221 บาท/วัน หากปรับขึ้นในอัตรา 40% จะทำให้ค่าแรงเพิ่มขึ้น 88.40 บาท/วัน ไปอยู่ที่ 309 บาท/วัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน กระทรวงแรงงานจะดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาฝีมือแรงงานไทย เป้าหมายก็เพื่อยกระดับคุณภาพฝีมือแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นและยินดีที่จะจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในเชิง ไม่เห็นด้วยกับนโยบายปรับขึ้นค่าแรง ขั้นต่ำของรัฐบาลเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วันเท่ากับทุกจังหวัด
"เรื่องนี้ผมได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นแม่งานหลัก แนวทางคือจะมีการยกระดับคุณภาพฝีมือแรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งระบบ โดยจะดำเนินการทั้งในส่วนของการฝึกอบรมทักษะ ความสามารถ คุณภาพ ตลอดจนความมีวินัยในการทำงาน"
นายเผดิมชัยกล่าวว่า ในส่วนของการพัฒนาฝีมือแรงงานตนได้เสนอของบประมาณให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) และกรมการจัดหางาน (กกร.) เป็นเงินทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มผลผลิตให้แก่ผู้ประกอบการ ในส่วนนี้นอกจากทำให้คุณภาพฝีมือแรงงานไทยเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพแล้ว ยังส่งผลดีต่อประเทศไทยในระยะยาวด้วย เพราะแรงงานไทยที่ผ่านการอบรมมาตรฐานวิชาชีพจะได้ใบรับรองที่ออกให้โดยกรม พัฒนาฝีมือแรงงาน สามารถนำไปใช้ในการการันตีคุณภาพฝีมือแรงงานของตนเองกับผู้ประกอบการทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558
ในส่วนนี้จะมีการพัฒนาสถาบัน พัฒนาฝีมือแรงงานภาคซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 12 แห่ง และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอีก 65 แห่ง เพื่อยกระดับศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานให้เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ในระดับภูมิภาคอาเซียน สำหรับสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ทั้งจะยกระดับทูตแรงงานอีก 13 แห่ง ใน 11 ประเทศ ทั่วโลกให้มีบทบาทเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติอีกทางหนึ่ง
นายเผดิมชัยกล่าวต่อว่า การดำเนินการที่จะทำคู่ขนานไปพร้อมกันคือ ให้หัวหน้าสำนักแรงงานจังหวัดทั่วประเทศหาฐานข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อเปรียบ เทียบกับค่าครองชีพบนพื้นฐานของดัชนีค่าครองชีพ ให้สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพื่อให้เกิดความสมดุลและเป็นธรรมทั้งผู้ใช้แรงงานและ ผู้ประกอบการ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลกระทบของทุกภาคส่วนให้มากที่สุด โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) โดยจะร่วมกันปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหากับผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบการ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ ๆ
แหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงานเปิดเผยเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลใช้แนวทางปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยปรับค่าแรง เพิ่ม 40% จากฐานค่าจ้างเดิมเท่ากันทั้งประเทศ จะมีหลายจังหวัดที่แม้ปรับค่าแรงเพิ่มขึ้นจากฐานเพิ่ม 40% แล้ว ก็ยังไม่ถึง 300 บาท/วัน ซึ่งเป็นอัตราค่าแรงขั้นต่ำตามนโยบายของรัฐบาล ชุดนี้ อาทิ จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำ 196 บาท/วัน ปรับขึ้น 40% เป็น 274 บาท/วัน, ฉะเชิงเทรา, สระบุรี ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำ 193 บาท/วัน ปรับขึ้น 40% เป็น 270 บาท/วัน ระยอง ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำ 189 บาท/วัน ปรับเพิ่ม 40% เป็น 264 บาท เป็นต้น
ขณะที่อัตราค่าแรง 5 อันดับที่ต่ำที่สุดในประเทศ ประกอบด้วย พิจิตร, แพร่, อุตรดิตถ์, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, มหาสารคาม, อำนาจเจริญ ซึ่งปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำ 163 บาท/วัน เมื่อปรับเพิ่ม 40% ค่าจ้างจะปรับเพิ่มขึ้นไปที่ 228 บาท/วัน สุรินทร์,ตาก ค่าแรงปัจจุบัน 162 บาท/วัน ปรับเพิ่ม 40% เป็น 226 บาท/วัน น่าน 161 บาท ปรับเพิ่ม 40% เป็น 225 บาท/วัน ศรีสะเกษ 160 บาท/วัน ปรับเพิ่ม 40% เป็น 224 บาท/วัน และพะเยา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีค่าแรงต่ำที่สุดในประเทศ ปัจจุบันอยู่ที่ 159 บาท/วัน เพิ่ม 40% เป็น 222 บาท/วัน เป็นต้น ดังนั้น หากจะให้ค่าแรงขั้นต่ำเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล 300 บาท/วัน ก็ต้องทยอยปรับเพิ่มอีกหลายระลอก
(ประชาชาติธุรกิจ, 31-8-2554)