กรมการเงินทหารบก รับนายทหารสัญญาบัตร ประจำปีงบประมาณ 2555 : SIAMHRM.COM

กรมการเงินทหารบก รับนายทหารสัญญาบัตร ประจำปีงบประมาณ 2555




 กรมการเงินทหารบก รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือน ทหารกองหนุน เพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร ประจำปีงบประมาณ 2555

 คุณวุฒิการศึกษา

 - สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป จากสถานศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ให้การรับรอง หรือสถานศึกษาในต่างประเทศที่กระทรวงกลาโหมยินยอมให้บรรจุเข้ารับราชการ กรณีคุณวุฒิปริญญาไม่ตรงกับคุณวุฒิที่เปิดรับสมัครสอบ แต่มีเนื้อหาวิชาใกล้เคียงกัน ซึ่งตรวจสอบตามที่สำนักงาน ก.พ.ได้รับรองการเทียบคุณวุฒิในสาขาวิชาต่าง ๆ ไว้แล้วตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.3/ว3 ลง 10 เม.ย. 46, หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.3/ว6 ลง 29 มิ.ย. 50, หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.3/ว9 ลง 12 ก.ย. 46 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร1004.3/ว22 ลง 29 ก.ค. 47 หรือทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. http://www.ocsc.go.th

 ตำแหน่งที่เปิดบรรจุ 4 อัตรา ระดับปริญญาตรี ในคุณวุฒิหลักสูตร-สาขา-ทางตามตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ บุคคลพลเรือน (ชาย) ทหารกองหนุน (ชาย) ข้าราชการทหารชั้นประทวน (ชาย) สังกัด ทบ.

 คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
 1. คุณสมบัติเฉพาะบุคคลพลเรือน และทหารกองหนุน
 1.1 เป็นทหารกองเกิน อายุระหว่าง 22-29 ปี (เกิดปี พ.ศ. 2525-2532)
 1.2 เป็นทหารกองหนุน อายุระหว่าง 18-35 ปี (เกิดปี พ.ศ. 2519-2536)
 1.3 มีอวัยวะ รูปร่าง ลักษณะท่าทาง และขนาดร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหาร โดยต้องมีความสูงอย่างต่ำ 160 ซม. รอบอก 76/79 ซม. โดยจะพิจารณาจากผลการตรวจร่างกายของแพทย์ทหารประจำการ หรือจากผลการวัดขนาดร่างกายที่ระบุในแบบ สด.43

 2. คุณสมบัติเฉพาะข้าราชการทหารชั้นประทวน สังกัด ทบ.
 - อายุไม่เกิน 35 ปี ต้องมีเวลารับราชการตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุ หรือแต่งตั้งยศนายทหารประทวนครั้งแรกครบ 6 ปี ก่อนวันสอบคัดเลือก และลาไปศึกษาถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ

 3. คุณสมบัติทั่วไปบุคคลพลเรือน และทหารกองหนุน
 3.1 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า โดยมีคุณวุฒิตรงตามตำแหน่งและคุณลักษณะเฉพาะที่จะสามารถบรรจุเข้ารับราชการตามตำแหน่งที่เปิดบรรจุ
 3.2 เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนในการขอแต่งตั้งยศเป็นนายทหารสัญญาบัตร ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งยศทหาร พ.ศ. 2507 และฉบับที่แก้ไขทุกฉบับ
 3.3 เป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497
 3.4 มีสัญชาติไทยและบิดา มารดามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
 3.5 ไม่เป็นโรคที่ขัดต่อการบรรจุเข้าเป็นนายทหารสัญญาบัตร (ตามผนวก ค)
 3.6 ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรม ไม่เป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษา
 3.7 ไม่อยู่ในสมณเพศ
 3.8 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างเป็นจำเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลในคดีอาญา ยกเว้นแต่ความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ
 3.9 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างพักราชการเนื่องจากความผิด หรือหนีราชการ
 3.10 ไม่เป็นผู้เคยถูกปลดเพราะความผิด หรือถูกไล่ออกจากราชการ
 3.11 ไม่เคยทุจริตในการสมัครสอบ หรือการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทหารมาก่อน
 3.12 ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสารเคมีเสพติดให้โทษ หรือมีประวัติคดีอาญาข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด

 4. คุณสมบัติทั่วไปข้าราชการทหารชั้นประทวน สังกัด ทบ. (คุณสมบัติเพิ่มเติมจากข้อ 2)
 4.1 เป็นผู้ที่ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเหมาะสมที่จะเลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร
 4.2 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าขึ้นไป สามารถบรรจุในตำแหน่งที่ตรงกับวุฒิตามที่ กพ.ทบ.กำหนด
 4.3 เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการขอแต่งตั้งยศนายทหารสัญญาบัตร ตามข้อบังคับ กห. ว่าด้วยการแต่งตั้งยศทหาร พ.ศ. 2507
 4.4 เป็นผู้ที่มีสมรรถภาพร่างกายแข็งแรง
 4.5 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
 4.6 ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา
 4.7 ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างพักราชการ

 หลักฐานการรับสมัครสอบ ให้ยื่นเอกสารประกอบการสมัครสอบฉบับจริง (พร้อมสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ) และใบสมัครสอบ เมื่อกรรมการรับสมัครรสอบตรวจเอกสารและจะส่งฉบับจริงให้กลับคืน (จะเก็บไว้เป็นหลักฐานเฉพาะฉบับสำเนาเท่านั้น)

 1. หลักฐานสำหรับบุคคลพลเรือน และทหารกองหนุน ต้องยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานใบสำคัญทางทหาร (พร้อมสำเนา) และสำเนาหลักฐาน อย่างละ 1 ฉบับ ดังนี้
 1.1 รูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
 1.2 ทหารกองเกิน-แบบ สด.9 หรือแบบ สด.43
 1.3 ทหารกองหนุน-แบบ สด.8
 1.4 หลักฐานใบรับรองผลการตรวจเลือกแบบ สด.43 ที่แสดงว่าเป็นผู้ได้ผ่านการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ โดยไม่ถูกเข้ากองประจำการ ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี ประกอบการรับสมัครสอบ
 1.5 ปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตรจากสภามหาวิทยาลัย ซึ่งต้องอยู่ภายในวันปิดรับสมัครสอบเท่านั้น
 1.6 ระเบียนแสดงผลการศึกษารายวิชา (Transcript) ประกอบใบปริญญาบัตร หากเป็นภาษาต่างประเทศให้แปลเป็นภาษาไทยให้เรียบร้อย
 1.7 บัตรประจำตัวประชาชน
 1.8 ทะเบียนบ้านของผู้สมัครสอบที่ระบุว่าบิดามารดามีสัญชาติไทย
 1.9 ทะเบียนบ้านของบิดา มารดาผู้ให้กำเนิดที่ระบุว่าบิดา มารดา (ปู่ ย่า ตา ยาย) มีสัญชาติไทย
 1.10 กรณีบิดา มารดาของผู้สมัครถึงแก่กรรม และใบมรณบัตรมิได้ระบุสัญชาติปู่ ย่า ตา ยาย แล้วแต่กรณี ให้ใช้สำเนาทะเบียนบ้านบิดา และ/หรือมารดา แล้วแต่กรณีที่ประทับตราว่า ‘ตาย’ จากอำเภอ/เขต โดยต้องระบุสัญชาติของปู่ ย่า ตา ยาย ว่ามีสัญชาติไทยอย่างชัดเจน หรือสำเนาสูติบัตรของบิดา และ/หรือมารดา แล้วแต่กรณี (โดยต้องตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ว่าตรงกับทะเบียนบ้านหรือไม่ หากไม่ตรงกัน ต้องส่งหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ที่ตรงกับปัจจุบันด้วย) หรือให้อำเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองสถานที่เกิด บิดา และ/หรือมารดาแล้วแต่กรณี ว่าเป็นบุคคลที่เกิด ณ ตำบล อำเภอ จังหวัดในประเทศไทย หรือให้อำเภอ/เขต ออกหนังสือรับรอง บิดา และ/หรือมารดา แล้วแต่กรณี ว่าเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
 1.11 กรณีปู่ ย่า ตา หรือยายของผู้สมัคร มีสัญชาติอื่นที่มิใช่สัญชาติไทย แล้วแต่กรณี ให้ใช้หลักฐานสำเนาสูติบัตรของผู้สมัครที่มีข้อมูลของบิดา มารดาระบุถึง ชื่อ-นามสกุล เกิดที่จังหวัด และประเทศไทยอย่างครบถ้วน (โดยต้องตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ว่าตรงกับทะเบียนบ้านหรือไม่ หากไม่ตรงกันต้องส่งหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ที่ตรงกับปัจจุบันด้วย) หรือสำเนาสูติบัตรของบิดาหรือมารดาแล้วแต่กรณี ที่ตรงกับปัจจุบันด้วย) หรือให้อำเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองสถานที่เกิดบิดา และ/หรือมารดา แล้วแต่กรณี ว่าเป็นบุคคลที่เกิด ณ ตำบล อำเภอ จังหวัดใดในประเทศไทย หรือให้อำเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองบิดา และ/หรือมารดา แล้วแต่กรณี ว่าเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
 1.12 ในกรณีทะเบียนบ้านระบุชื่อ-นามสกุลบิดามารดาของผู้สมัครไม่ตรงกัน ให้ใช้หลักฐานของทางราชการที่แสดงถึงสาเหตุที่ชื่อ-นามสกุลบิดา มารดาไม่ตรงกัน คือสำเนาทะเบียนการหย่าของบิดา มารดาที่ระบุชื่อ-นามสกุลเดิมของมารดาอย่างชัดเจน หรือสำเนาทะเบียนสมรสใหม่ของมารดา ที่ระบุชื่อ-นามสกุลเดิมของมารดาอย่างชัดเจน หรือหลักฐานการอนุญาตให้มารดาที่จดทะเบียนสมรสสามารถใช้ชื่อ-นามสกุลเดิมของตนเองได้ตามที่ร้องขอต่อทางราชการ หรือสำเนาสูติบัตรของผู้สมัครที่ระบุชื่อ-นามสกุล บิดามารดาอย่างชัดเจน (โดยต้องตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ว่าตรงกับทะเบียนบ้านหรือไม่ หากไม่ตรงกันต้องส่งหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ที่ตรงกับปัจจุบันด้วย) หรือให้อำเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองว่าเป็นบิดา และ/หรือมารดาจริง แล้วแต่กรณี หรือให้อำเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองชื่อตัวในช่องบิดาหรือมารดา แล้วแต่กรณี หรือให้อำเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองว่าชื่อตัวในช่องบิดา/หรือมารดา ตามทะเบียนของผู้สมัคร แล้วแต่กรณี กับชื่อ-นามสกุล ตามทะเบียนบ้านของบิดา และ/หรือมารดา แล้วแต่กรณี เป็นบุคคลเดียวกัน
 1.13 ในกรณีทะเบียนบ้านกับหลักฐานอื่นของทางราชการระบุชื่อตัว และ/หรือชื่อสกุลของผู้สมัคร บิดาหรือมารดาไม่ตรงกัน แล้วแต่กรณี ให้ใช้หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว และ/หรือชื่อสกุลของผู้สมัคร บิดาหรือมารดา ที่ระบุชื่อตัว และ/หรือชื่อสกุล แล้วแต่กรณีที่ตรงกับทะเบียนบ้าน หรือให้อำเภอออกหนังสือรับรองว่าเป็นบิดา และ/หรือมารดาจริง แล้วแต่กรณี หรือให้อำเภอออกหนังสือรับรองว่าชื่อตัว และ/หรือชื่อสกุลของผู้สมัคร บิดาหรือมารดา แล้วแต่กรณี ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน กับหลักฐานอื่นของทางราชการ เป็นบุคคลเดียวกัน
 1.14 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลของผู้สมัครสอบ บิดาหรือมารดา แล้วแต่กรณี ให้แนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ประกอบหลักฐานการรับสมัคร

 หมายเหตุ ให้ผู้สมัครสอบรับรองสำเนาถูกต้องด้วยตนเอง

 หลักฐานสำหรับข้าราชการทหารชั้นประทวน สังกัด ทบ. ให้ยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐาน อย่างละ 1 ฉบับ ดังนี้

 1. รูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
 2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครและของบิดามารดา
 3. สำเนาคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการครั้งแรก
 4. สำเนาคำสั่งเลื่อนยศครั้งสุดท้าย
 5. สำเนาใบปริญญาบัตร หากเป็นใบรับรองจะต้องมีข้อความว่า ‘สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติแล้ว’ หรือเป็นปริญญาบัตรจากต่างประเทศต้องมีคำแปลไว้ด้วย
 6. สำเนาผลการศึกษา (ทรานสคริปต์) ฉบับภาษาไทย (จะต้องมีหลักฐานทุกคน)
 7. สำเนาหลักฐานที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษาจาก ยศ.ทบ. หรือ ผบ.หน่วยระดับ ผบ.พล. หรือเทียบเท่าขึ้นไป และหลักฐานตอบรับจากการบันทึกผลการศึกษาจาก ยศ.ทบ. ในทุกระดับการศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี หรือหลักฐานให้ผ่อนผันการปฏิบัติไม่ถูกต้อง หรือหนังสือรับรองการศึกษาของ ยศ.ทบ. กรณีคุณวุฒิปริญญาก่อนการบรรจุเข้ารับราชการ
 8. ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ทหารประจำการ (ไม่เกิน 3 เดือน)
 9. หนังสือรับรองผู้บังคับบัญชาระดับ ผบ.พัน ขึ้นไป

 หมายเหตุ ให้ผู้สมัครสอบรับรองสำเนาถูกต้องด้วยตนเอง

 สนใจรับสมัครสอบ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26-30 ธันวาคม 2554 เวลา 08.30-16.30 น. สถานที่ กองกำลังพล กรมการเงินทหารบก (สามารถ Download สมุดแนะนำและใบสมัครได้จากเว็บไซต์กรมการเงินทหารก และเว็บไซต์โรงเรียนทหารการเงิน) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2555 สถานที่ กองกำลังพล กรมการเงินทหารบก และ www.findept.com, www.armyfinanceschool.com



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM