นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ประเมินผลกระทบด้านกำลังซื้อปีหน้าว่า จะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากรัฐบาลจะทุ่มงบฯ ผ่านนโยบายต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลงทุนต่อไป ประกอบกับผู้บริโภคเองก็ต้องจับจ่ายเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนด้วย
พร้อมกันนี้ "บุณยสิทธิ์" ยังแสดงความคิดเห็นกรณีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ว่า เป็นเรื่องที่ "เร็วเกินไป" ควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป
"จริงๆ ระหว่างน้ำท่วมกับการขึ้นค่าแรง 300 บาท บางทีการขึ้นค่าแรงอาจจะหนักกว่าเสียอีก" ประธานเครือสหพัฒน์กล่าว
เขายังให้เหตุผลด้วยว่า เนื่องจากการขึ้นค่าแรงเกี่ยวโยงไปถึงการส่งออก เมื่อต้นทุนสินค้าสูงขึ้น จะส่งผลถึงการแข่งขันในต่างประเทศ ขณะที่ปัญหาน้ำท่วม หากสินค้ายังคงขายดี นักลงทุนต่างชาติก็จะยังไม่ย้ายฐานผลิต และสนใจมาลงทุนต่อเนื่อง
ส่วนปัจจัยด้านต่างประเทศ ประธานเครือสหพัฒน์ แนะว่า หากเราสามารถรักษาความสัมพันธ์กับประเทศในอาเซียนได้ ไม่ทะเลาะ แต่ผูกมิตรกัน และยึดเรื่องการค้าขายเป็นหลักก็จะทำให้การค้าขายโตวันโตคืน เพราะนโยบายเรื่องค่าเงิน รัฐบาลเริ่มมาถูกทางแล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวล การเปิดประชาคมอาเซียน ซึ่งทำให้กำแพงภาษีมูลค่ามหาศาลหายไปจึงน่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจ แต่ที่สำคัญภายในต้องไม่ทะเลาะกันเอง เรื่องการเมืองในประเทศถือเป็นเรื่องน่าห่วงมากกว่า
สำหรับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมนั้น "บุณยสิทธิ์" บอกว่า โรงงานของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่บริเวณศรีราชา อย่างไรก็ตามตนไม่มองว่าเป็นเรื่องได้เปรียบในช่วงน้ำท่วม เพราะบริษัทไม่ได้ขึ้นราคาสินค้าเลย อีกทั้งยังผลิตสินค้าป้อนตลาดอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการส่งหน่วยรถช่วยร้านค้า
กระจายสินค้า
"ในมุมธุรกิจมองว่า ถ้าไม่ประมาท เหตุการณ์ก็จะไม่เกิดซ้ำสองแน่นอน เมืองไทยมีน้ำอยู่ทั้งปี น้ำจะท่วมหรือไม่ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่ดี"
ทีมา : matichon.co.th