นายสมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้บริหารระดับซีอีโอในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ว่า ขณะนี้โรงงานผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ในช่วงปลายปี 54 กว่า 700 แห่งได้เลิกจ้างแรงงานแล้วไม่ต่ำกว่า 30,000 ราย เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายได้ย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศหรือพื้นที่อื่น ในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มที่ได้รับความเสียหายหนักและต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกิจการนานจำ เป็นต้องเลิกจ้างแรงงานก่อนแล้วค่อยเปิดรับสมัครแรงงานใหม่หลังการฟื้นฟู เสร็จแล้วเพื่อลดภาระต้นทุน
“ผู้ผลิตที่ประสบภาวะน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมมี 200 กว่ารายและนอกนิคมฯอีก 500 รายกลับมาฟื้นตัวเพียง 30% เท่านั้น หากภายในไตรมาส 2 ไม่สามารถฟื้นฟูเพื่อกลับมาผลิตได้50%ก็จะทำให้อุตสาหกรรมไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ปี 55 เติบโตติดลบ 5%เมื่อเทียบกับปี54ที่มีมูลค่าส่งออก 53,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือคิดเป็นเงิน1.59 ล้านล้านบาท ซึ่งหากการขยายตัวติดลบ 5% ก็จะทำให้ผู้ประกอบการสูญเสียรายได้ประมาณ 79,500 ล้านบาท” นายสมบูรณ์ กล่าว
นอกจากนี้ซีอีโอของโรงงานกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยังวิตก นโยบายการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ของรัฐบาลที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ย. 55 อย่างมาก เพราะจะยิ่งสร้างภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะโรงงานที่ยังไม่สามารถฟื้นฟูกิจการได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มศึกษาแนวทางการย้ายฐานการผลิตไปประเทศ เพื่อนบ้านที่มีค่าจ้างขั้นต่ำถูกกว่าประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็นำร่องย้ายฐานการผลิตไปบ้างแล้ว
“อุตสาหกรรมนี้มีแรงงานในระบบถึง 550,000 คนซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อผู้ประกอบการมากขึ้นเพราะขณะนี้หลายโรงงานยังไม่ได้ ฟื้นฟูกิจการหลังโดนน้ำท่วมแต่บางรายต้องการรักษาแรงงานไว้จึงจ่าย 75% ของค่าแรงอยู่ แต่หากค่าแรงต้องเพิ่มเข้ามาอีกก็จะต้องทำให้ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจในการ รักษาเฉพาะแรงงานฝีมือไว้กรณีที่ประเมินแล้วว่าไม่สามารถจะฟื้นกิจการได้ เร็ว และอีกส่วนหนึ่งก็อาจจะต้องมองในเรื่องการย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ” นายสมบูรณ์ กล่าว.
(เดลินิวส์, 22-2-2555)