| เมื่อวันที่ 16 มีนาคม นายไพโรจน์ มินเด็น กล่าวถึงคดีที่บริษัทเอกชนยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนและขอให้มีคำสั่งคุ้มครอง ชั่วคราว กรณีคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ที่จะมีผลในวันที่ 1 เมษายน ซึ่งศาลปกครองได้ทำการไต่สวนคู่ความไปเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า ปกติหลังศาลทำการไต่สวนคู่ความเสร็จสิ้นแล้ว หากได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน จะวินิจฉัยว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจการพิจารณาของศาลปกครองหรือไม่ ถ้าไม่อยู่ศาลก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัยและไม่สามารถออกคำสั่งคุ้มครองได้ แต่ถ้าคดีอยู่ในเขตอำนาจ ศาลจะวินิจฉัยต่อไปว่าควรออกคำสั่งคุ้มครองตามคำขอของผู้ฟ้องหรือไม่ โดยพิจารณาความเสียหายที่จะเยียวยาได้ภายหลังหรือไม่หากไม่ออกคำสั่งคุ้ม ครอง รวมทั้งหากศาลออกคำสั่งคุ้มครองแล้วจะเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน หรือไม่ คือจะชั่งน้ำหนักระหว่างฝ่ายรัฐกับเอกชน เพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งตามปกติแล้วหากศาลไต่สวนเสร็จสิ้นได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน ไม่ต้องเรียกเอกสารเพิ่มเติม ก็จะใช้เวลาไม่นานที่จะมีคำสั่งว่าจะดุ้มครองหรือไม่ต่อไป แล้วแต่ข้อเท็จจริงในคดี ซึ่งคดีนี้ยังไม่ทราบว่าไต่สวนเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่
นายไพโรจน์ กล่าวว่า การไต่สวนเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองตามคำขอของผู้ฟ้องคดีนั้น ศาลยังไม่ได้พิจารณาในรายละเอียดเนื้อหาของคดีว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด แต่จะพิจารณาเพียงว่าสมควรที่จะออกคำสั่งคุ้มครองตามคำขอของผู้ฟ้องคดีหรือ ไม่เท่านั้น
เมื่อถามว่าหากศาลมีคำสั่งคุ้มครองให้ผู้ฟ้องคดีนี้ทำให้แรงงาน 5.4 ล้านคนไม่ได้ขึ้นค่าจ้างนั้น นายไพโรจน์กล่าวว่า การขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาก่อนการพิพากษาคดีนี้เป็นเรื่องใหญ่ ศาลจะให้หรือไม่ให้ตนไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ใช่องค์คณะผู้พิพากษา และไม่เห็นสำนวนคดี
(มติชนออนไลน์, 16-3-2555) |