23 มี.ค. 55 - ตำรวจและผู้ประท้วงชาวโปรตุเกส ได้ปะทะกันอันเนื่องมาจากมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลและการปฏิรูปด้านแรงงาน โดยเป็นพวกที่แตกกลุ่มออกจากคนที่ไปเข้าร่วมการชุมนุมที่กรุงลิสบอน และมีผู้สื่อข่าว 2 คน จากสำนักข่าว 2 แห่ง ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงทำร้าย เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาด้วย
สื่อออนไลน์ส เช่น จอร์นัล เด โนติเซียส ได้เผยแพร่ภาพที่แสดงให้เห็นว่า ผู้สื่อข่าวหญิงชาวโปรตุเกส ที่ทำงานให้กับสำนักข่าว AFP ถูกเจ้าหน้าที่ตีด้วยกระบอง ส่วนสำนักข่าวลูซ่า ของทางการโปรตุเกส ได้ประท้วงที่ตำรวจเอากระบองตีช่างภาพในสังกัดคนหนึ่ง หลังจากเขานอนลงกับพื้นและบอกว่าเป็นผู้สื่อข่าว ซึ่งต่อมาเขาได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาที่จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
ด้านโฆษกหญิงของกรมตำรวจ เปิดเผยว่า ได้มีการปะทะกันไม่รุนแรงนัก ระหว่างตำรวจกับช่างภาพและผู้ประท้วงที่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และผู้ประท้วงที่ปะทะกับตำรวจอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัว
มีประชาชนหลายหมื่นคน ได้ออกไปประท้วงต่อต้านนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาล เมื่อวันพฤหัสบดี แต่ได้มีกลุ่มที่แตกออกไปเป็นกลุ่มย่อย ๆ ปะทะกับตำรวจที่กรุงลิสบอนและปอร์โต บางคนขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ตำรวจ และขว้างไข่ใส่ธนาคารในกรุงลิสบอนด้วย
ผู้นำของสหภาพการค้า CGTP ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ระบุว่า การประท้วงต่อต้านรัฐบาล ถูกจัดขึ้นที่ 35 เมืองใหญ่ และผลกระทบจากการประท้วงครั้งนี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับภาคการขนส่ง การให้บริการรถไฟใต้ดินในกรุงลิสบอนถูกปิด ส่วนการให้บริหารรถไฟใต้ดินในเมืองปอร์โตและเรือโดยสารข้ามแม่น้ำทากัส ในกรุงลิสบอน เกือบจะเป็นอัมพาต
การให้บริการรถไฟและรถประจำทาง ถูกรบกวนอย่างหนัก สนามบินยังคงให้บริการ แต่มีการจราจรติดขัดในกรุงลิสบอน และอีกหลายเมือง ถนนหลายสายเต็มไปด้วยขยะการให้บริการไปรษณีย์หยุดชะงัก แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาล โรงเรียนและระบบยุติธรรม
ภายใต้แผนการปฏิรูปของรัฐบาล จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะจะทำให้ผู้ว่าจ้างสามารถจ้างหรือปลดพนักงานได้ง่ายขึ้น รวมทั้งตัดวันพักร้อนของลูกจ้างของรัฐและรายจ่ายต่าง ๆ ของรัฐบาล
นายกรัฐมนตรีเปรโด ปาสซอส โคเอลโฮ กำลังพยายามจะทำให้ได้ตามเงื่อนไขที่สหภาพยุโรป หรือ อียู และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF กำหนดไว้ หลังจากยอมอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่โปรตุเกส จำนวน 78,000 ล้านยูโร หรือกว่า 3 ล้านล้านบาท ขณะที่รัฐบาลโปรตุเกส คาดว่า ตัวเลขการว่างงานในปัจจุบันที่อยู่ที่ 14 เปอร์เซ็นต์ จะยังคงเพิ่มสูงขึ้นขณะที่ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจหดไปอยู่แค่ 3.3 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้