จากการประกาศใช้กฎกระทรวง กำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ วันละ 300 บาท มีผล 1 เม.ย.55 ใน 7 จังหวัด กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต นครปฐม และ ปทุมธานี
นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของและผู้บริหารโรงแรมในกลุ่มดุสิตธานี กล่าวว่า จะเห็นผลกระทบชัดเจนในกลุ่มโรงแรมหัวเมืองในภาคอีสานและภาคเหนือ ซึ่งมีฐานค่าแรงค่อยข้างต่ำ เพราะ เป็นพื้นที่ที่ราคาห้องพักโรงแรม เฉลี่ยแล้วต่ำกว่าภาคอื่นหรืออยู่ราว 800-1,000 บาทต่อคืน ในส่วนของดุสิตธานี ที่จะกระทบ ก็มีโรงแรมที่นครราชสีมา และ อีกหลายพื้นที่ ส่วน จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาจได้รับผลกระทบน้อย เช่น กรุงเทพฯ และ ภูเก็ต
สำหรับโรงแรมดุสิต คงเลือกใช้วิธีปรับฐานเงินเดือนให้เท่ากับที่รัฐกำหนด จะไม่นำค่าเซอร์วิสชาร์จมารวม แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 12 เดือนหลังปรับขึ้นค่าแรงงาน จะได้เห็นวงการอุตสาหกรรมโรงแรม คือ การปรับลดพนักงาน โรงแรมที่มีผลประกอบการต่ำกำไรน้อยหรือพอดีทุน อาจตัดสินใจปิดกิจการหรือขายธุรกิจ ซึ่งเชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการโรงแรมในกลุ่มนี้จำนวนมากราว 3-4 พันแห่งทั่วประเทศ ส่วนภาพรวมแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรมทั้งประเทศจะมีไม่น้อยกว่า 5 แสนคน
“ขณะนี้ ต้นทุนดำเนินงานของผู้ประกอบการโรงแรม ปรับขึ้นต่อเนื่อง เช่น ค่าFTไฟฟ้า ที่ขึ้นตามราคาน้ำมัน การปรับขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบอาหาร ราว 10% และ ยังมาเจอการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกเกือบ 40% สูงสุดในรอบ 30 ปี ที่ผมทำงานมา ขณะที่อุตสาหกรรมโรงแรมแข่งขันสูง โรงแรมเกิดใหม่มีมาก “
ล่าสุด กลุ่มโรงแรมดุสิต ได้ปรับสู่การเป็นองค์กรรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำโปรแกรม การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว EarthCheck ประเดิมในโรงแรมดุสิตธานีกรุ๊ป 10 แห่ง แบ่งเป็น ในประเทศ 8 แห่ง ต่างประเทศ 2 แห่ง ดูไบ และ มะนิลา ช่วยเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ ให้เป็นที่ต้องการของตลาดนักท่องเที่ยวที่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม
(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 29-3-2555)