นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยดำเนินการให้แรงงานมีรายวันละไม่น้อยกว่า 300 บาท และผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท นั้น กระทรวงแรงงานได้เดินหน้าผลักดันนโยบายดังกล่าว โดยได้มีการบังคับให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วัน ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.55 ซึ่งการปรับขึ้นค่าจ้างดังกล่าวนั้น ได้ดำเนินการพิจารณาบนพื้นฐานของระบบไตรภาคีคือการร่วมพิจารณาจากฝ่ายนาย จ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ ซึ่งได้พิจารณาข้อมูลประกอบรอบด้านและมีมติร่วมกันให้ปรับขึ้นค่าจ้าง 40% เท่ากันทั่วประเทศ ทำให้ 7 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม และภูเก็ต ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยในส่วนของจังหวัดอื่นจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น300 บาท เท่ากันทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ม.ค.56
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังได้มีการพิจารณาทบทวนค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานใน 22 สาขาอาชีพ เพื่อให้สอดคล้องกับค่าจ้างขั้นต่ำที่มีการปรับไปแล้วด้วย โดยพิจารณาตามสภาพความยากง่าย และเศรษฐกิจของแต่ละสาขาอาชีพตามความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพการจ้างงานในตลาดแรงงานตามสาขาอาชีพด้วย และสอดคล้องกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ได้บังคับใช้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.55 เช่นเดียวกับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ได้พิจารณาปรับขึ้นนั้น ได้ปรับในระดับซึ่งจะเริ่มต้นที่ 320 บาท และสูงสุดในระดับ 3 ที่ 775 บาท เช่น ช่างบุครุภัณฑ์ระดับ 1 วันละ 320 บาท ระดับ 2 วันละ 370 บาท และระดับ 3 วันละ 420 บาท, ช่างสีรถยนต์ ระดับ 1 วันละ 400 บาท ระดับ 2 วันละ 465 บาท ระดับ 3 วันละ 530 บาท, ช่างเชื่อมทิกระดับ 1 วันละ 455 บาท ระดับ 2 วันละ 615 บาท และระดับ 3 วันละ 775 บาท เป็นต้น ทั้งนี้ ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือจะทำให้แรงงานได้มีโอกาสพัฒนารายได้ตามประสบการณ์และ ความสามารถที่มีอยู่
(บ้านเมือง, 10-4-2555)