7 ปมสงสัยการแปรรูปกฟผ. ยังไร้คำตอบจากรัฐบาล : SIAMHRM.COM

7 ปมสงสัยการแปรรูปกฟผ. ยังไร้คำตอบจากรัฐบาล




วันนี้ ศาลปกครองสูงสุด จะพิจารณาตามคำร้องของสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค (สอบ.) ในฐานะตัวแทนผู้ฟ้องคดีทั้ง 11 คน ที่ยื่นฟ้องต่อศาลให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการกระจายขายหุ้น กฟผ.

ซึ่งกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 16-17 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในคำร้องใหญ่ให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เกี่ยวกับแปรรูป กฟผ. เพราะห่วงว่าการแปรรูปจะนำไปสู่การผูกขาดโดยกลุ่มเอกชนบางกลุ่ม ที่สำคัญ การดูแลประชาชนจะน้อยลง

เนื่องจากห่วงว่าหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว บริษัทกฟผ.จะเน้นกำไรสูงสุด เพื่อสนองผู้ถือหุ้นมากกว่าการบริการประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐวิสาหกิจ และยิ่งบริษัทให้สัญญาก่อนการกระจายหุ้นว่าจะจ่ายเงินปันผล 0.75 บาทต่อหุ้นแล้ว ยิ่งทำให้กลุ่มผู้คัดค้านมั่นใจว่าผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 14 ล้านครัวเรือน ต้องใช้ไฟฟ้าแพงขึ้น และประเด็นอื่นๆ อีกมากมาย

ก่อนที่ศาลปกครองจะพิจารณาในบ่ายวันนี้ลองมาพิจารณาดูว่าความห่วงใย 7 ประเด็นของกลุ่มคัดค้านว่าอย่างไรบ้าง สิ่งแรกห่วงว่าหากปล่อยให้มีการกระจายหุ้น จะส่งผลให้ บริษัท กฟผ.ต้องทำหน้าที่รับประกันกำไร 8.3% ซึ่งสูงกว่าการประกันกำไรการแปรรูปบริษัท ปตท.ทำให้ต้องปรับขึ้นราคาค่าไฟฟ้าอีกประมาณ 4%

ประการที่ 2.การโฆษณาขายหุ้นในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เป็นส่วนหนึ่งของการชี้ชวนให้ซื้อหุ้น และยังแสดงถึงการให้คำมั่นสัญญา อันถือเป็นการโฆษณาที่นับเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องสัญญา

ประการที่ 3.ได้มีการกระจายหุ้นขายให้กับพนักงาน กฟผ. ไปแล้วจำนวน 510.31 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท ทั้งที่ราคาขายต่อประชาชนเบื้องต้นจะอยู่ที่ 25-28 บาทต่อหุ้น ดังนั้น เมื่อเกิดเป็นส่วนต่างราคาหุ้นแล้ว ทำให้รัฐบาลต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนต่างนั้นจำนวน 7,654.65-9,185.58 ล้านบาท ซึ่งสุดท้ายแล้ว ภาระดังกล่าวก็ต้องถูกส่งต่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป

ประการที่ 4.ตามที่หนังสือชี้ชวนเสนอผลประโยชน์ในการปันผลกำไรช่วงสิ้นปี 2548 ในราคาหุ้นละ 0.75 บาทนั้น เมื่อได้คิดคำนวณจากกระจายหุ้นไปแล้วจำนวน 2,000 ล้านหุ้น

ทำให้พบว่านักลงทุนที่ซื้อ-ขายหุ้น จะได้รับผลกำไรประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งในการปันผลดังกล่าว จะต้องนำกำไรสะสมของ กฟผ.มาจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น ก็จะส่งต่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องรับภาระเช่นกัน 5.เมื่อ กฟผ.ได้ลงทุนขนาดใหญ่ในเรื่องระบบสื่อสารเพื่อควบคุมระบบไฟฟ้า (ไฟเบอร์ออปติก) ซึ่งในการแปรรูป กฟผ. ได้มีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของการลงทุนระบบการสื่อสารไว้ประมาณ 2,241.4 ล้านบาท

แต่การประเมินนั้นไม่ได้ประเมินมูลค่าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือโอกาสการสร้างรายได้ที่มากกว่าในปัจจุบัน แต่ที่ผ่านมา การลงทุนดังกล่าวได้มีเอกชนเช่าดำเนินธุรกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ประเด็นที่ 6.ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 ธันวาคม 2546 ที่ให้มีการปรับโครงสร้างกิจการการไฟฟ้าของประเทศใหม่ กำหนดให้ กฟผ. เป็นทั้งผู้ซื้อ ผู้ส่ง และขายไฟฟ้าเพียงรายเดียวของประเทศ โดยให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ

แต่ปัจจุบันพบว่า กฟผ. ยังไม่มีคณะกรรมการชุดดังกล่าว และยังไม่ทราบว่าจะจัดตั้งเมื่อใด และ 7.ที่ผ่านมา รัฐบาลรวมทั้งข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพลังงาน ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกับประชาชน ในเรื่องที่ระบุว่าหลังจากแปรรูปแล้ว ประเทศไทยจะมีค่าไฟฟ้าถูกกว่าประเทศอื่น ซึ่งความจริงแล้วเมื่อได้เทียบรายได้ต่อประชากร จะพบว่าคนไทยต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าประเทศมาเลเซีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น

เราเห็นว่า ถึงวันนี้ มี 2 ประเด็นใหญ่ที่รัฐต้องสร้างความกระจ่าง สิ่งแรกความไม่ชัดเจนของการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการไฟฟ้า ที่เป็นหัวใจของการดูแลทั้งด้านราคา การแข่งขันการผลิตไฟฟ้าในอนาคต และประชาชนยังมีโอกาสใช้ไฟฟ้าราคาถูก ภายใต้การแข่งขัน ที่สำคัญ คณะกรรมการต้องมีความเป็นอิสระ ไม่ใช่โมเดลอยู่ใต้รัฐบาลจากที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

ประเด็นที่สอง สายส่งไฟฟ้า มีความเกี่ยวโยงกับการตั้งบริษัท กฟผ.โทรคมนาคม จำกัดอย่างไร และเอื้อต่อทุนสื่อสารในและต่างประเทศอย่างไรบ้าง ดังนั้น ทราบใดที่ 2 ประเด็นยังไม่กระจ่าง เราเชื่อว่าการต่อต้านการแปรรูปยังคงไม่ยุติ และยิ่งหากกลุ่มคัดค้านพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นได้ว่าในอนาคตไฟฟ้าจะสูงขึ้นแล้ว

แรงคัดค้านจะขยายในวงกว้างมากขึ้น ที่สำคัญ การที่รัฐมนตรีคลังกับพลังงานออกมายืนยันเพียงว่าการชะลอการแปรรูป กฟผ.จะกระทบเศรษฐกิจและตลาดหุ้น "ฟังไม่ขึ้น" ภายใต้เงื่อนไข ณ เวลานี้

 

 

แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM