“รองปธ.สหภาพ กพฝ.”เชื่อตั้งกก.กำกับไฟฟ้าแค่ต้องการลดกระแส : SIAMHRM.COM

“รองปธ.สหภาพ กพฝ.”เชื่อตั้งกก.กำกับไฟฟ้าแค่ต้องการลดกระแส




“สมควร ยาวิชัย” รองประธานสหภาพแรงงาน กฟผ. ให้สัมภาษณ์สภาท่าพระอาทิตย์ (23 พ.ย.48) ระบุการแต่งตั้ง 7 คณะกรรมการกำกับดูแลไฟฟ้า เพียงต้องการลดกระแส แต่ไม่ได้แสดงความจริงใจ เหตุไม่มีภาคประชาชนเป็นกก.ด้วย ยันจุดยืนพนักงาน กฟผ.ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป แต่จะไม่ออกมาคัดค้านในนามสหภาพฯ คงทำในลักษณะส่วนตัวร่วมกับภาคประชาชน
       
       
รายการสภาท่าพระอาทิตย์ ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2548 ดำเนินรายการโดยสำราญ รอดเพชร คำนูณ สิทธิสมานและปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
       
สำราญ – ทีนี้จะไปคุยกันเรื่องของการตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า หรือ Regulator อย่างที่เรียกกันนะครับ เมื่อวานกระทรวงพลังงานก็เสนอให้ ครม.อนุมัติ ออกมาแล้ว 7 อรหันต์ครับ อาจารย์ปานเทพ
       
       ปานเทพ – ครับ มีคุณยงยุทธ วิชัยดิษฐเป็นประธานกรรมการ ซึ่งมาจากประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง ก็คนของรัฐนะครับ คุณศิริชัย สายะศิลปีเป็นอดีตรองผู้ว่า กฟภ.คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นกรรมการ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นกรรมการเหมือนกันนะครับ ปัจจุบันเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็คนของรัฐอีก คุณวิชิต หล่อจีระชุณห์กุล เป็นกรรมการ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คุณชัยเกษม นิติสิริ เป็นกรรมการมาจากรองอัยการสูงสุด คุณอนันต์ อัศวโภคิน เป็นกรรมการมาจากประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ คุณวีระพล จิรประดิษฐกุล เป็นกรรมการมาจากรองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ครับ
       
       สำราญ – เอาล่ะครับ เราไปขอทราบความคิดเห็น ความรู้สึกนึกคิดของ คุณสมควร ยาวิชัยนะครับ รองประธานสหภาพแรงงานของ กฟผ.นะครับ รวมทั้งจะได้คุยเรื่องซื้อหุ้นกันด้วยนะครับ 2 เรื่อง สวัสดีครับ คุณสมควรครับ
       
       ปานเทพ – สวัสดีครับ
       
       สมควร – ครับ สวัสดีครับ
       
       ปานเทพ – คุณสมควรคิดยังไงกับเรื่องของการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า 7 คนครับ
       
       สำราญ – คือมีความคิดเห็นอย่างไรกับ 7 กรรมการที่ ครม.แต่งตั้งเมื่อวานครับ
       
       สมควร – คือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลพยายามจะแต่งตั้งมาตั้งนักตั้งนาน ใช้เวลาเกือบ 2 ปีแล้วนะที่ผมดูๆนะครับ
       
       สำราญ – แล้วทำไมถึงช้า เขารออะไรครับที่ผ่านมา
       
       สมควร – ผมบอกว่าคุณสมบัตินี่ เป็นคุณสมบัติที่หายากมาก เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการนะครับ ประเด็นที่สหภาพแรงงาน ตัวผมเองตั้งข้อสังเกต ผมว่าคนที่เข้ามาทำงานในเรื่องกำกับกิจการไฟฟ้านี่คงเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะว่าจะเหมือนกับองค์กรอิสระอื่นๆหรือเปล่า คนที่เข้ามานี่จะสามารถเป็นอิสระเหมือนกับองค์กรอื่นๆที่ได้รับผลกระทบ หรือได้รับการตั้งข้อสังเกตจากประชาชนหรือไม่นะครับ ผมตั้งข้อตรงนี้นะครับ
       
       ปานเทพ – จริงๆควรจะต้องเป็นยังไงครับ
       
       สมควร – คือจริงๆแล้วกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า ในต่างประเทศนี่เขาจะต้องทำก่อนที่จะมีการแปรสภาพนะครับ ทำก่อนที่จะมีการแปรรูปด้วยซ้ำไป แต่นี่รัฐบาลพยายามที่จะแปรรูปก่อนแล้วมาตั้งองค์กรอิสระทีหลัง ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดูไม่เข้าท่าเลยนะครับ
       
       ปานเทพ – แล้วรายชื่อ 7 คนที่ปรากฏตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ
       
       สมควร – คือผมต้องขอโทษพี่ด้วยนะครับ วันนี้ผมยังไม่ได้เห็นรายชื่อนะครับ
       
       สำราญ – ก็มีประมาณนี้แหละครับ ประมาณคุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ คุณอนันต์ อัศวโภคินนะครับทำนองนี้
       
       คำนูณ – ก็คือไม่มีชนชั้นสามัญเลย ไม่มีตัวแทนคนจนเลย
       
       ปานเทพ – ไม่มีตัวแทนผู้ใช้ไฟ
       
       คำนูณ – มีแต่เจ้าของหมู่บ้านจัดสรร
       
       สมควร – ถ้าอย่างนั้นผมพูดก็ถูกแล้ว อย่างนี้ผมก็ว่าไม่ได้อิสระหรอกครับ
       
       คำนูณ – มันไม่อยู่แล้วล่ะ มีอะไรอิสระบ้างล่ะในประเทศนี้
       
       สมควร – ถูกต้องครับ ผมว่าคนดีๆเขาก็คงไม่อยากเข้ามาหรอกครับ
       
       สำราญ – อันนี้เขาตั้งนี่มันจะเป็นกรรมการชั่วคราวหรือเปล่า คุณสมควร
       
       สมควร – ก็นั่นสิครับ ผมก็ยังไม่ทราบว่าจะเป็นชั่วคราวหรือเปล่า แต่ที่ออกข่าวก็คือกรรมการชั่วคราวก่อนนะครับ ที่ได้ข้อมูลเบื้องต้นนี่ชั่วคราวก่อนนะครับ
       
       สำราญ – เอาเป็นว่าเรานี่เดี๋ยวต้องไปดูชื่อกันก่อนว่า คืออาจจะฟังดูเบื้องแรกก็มีเครื่องหมายคำถามแล้วว่าอย่างนั้นเถอะ
       
       สมควร – ครับ ใช่ครับ มีอย่างที่ไหนกรรมการอิสระต้องตั้งก่อนนะครับ ไม่ใช่มาตั้งทีหลังที่มีเรื่องนะครับ
       
       สำราญ – ประเด็นคือต้องมาตั้งก่อนด้วย ต้องแสดงความจริงใจกันก่อนหน้านี้ ให้มันชัดเจนไปเลย
       
       สมควร – ใช่ครับ ชัดเจนไปเลยครับ พอมีเรื่องแล้ว พอเรื่องถึงศาลปกครองแล้วมาตั้ง เป็นการเพื่อลดกระแสหรือเปล่าครับตรงนี้
       
       สำราญ – ต้องการลดกระแสมากกว่า สงสัยนะ
       
       สมควร – ครับ
       
       สำราญ – มาถึงเรื่องนี้ ลองลำดับความให้ท่านผู้ชมฟังซักนิดสิครับ ว่าจริงๆพอเราไปจองหุ้นแล้ว พนักงานจองกี่ล้านหุ้น แล้วเป็นยังไง เราเอาเงินทุนจากไหนอย่างไรนี่
       
       สมควร – คือเรื่องของการจองหุ้นนะครับ ต้องเรียนก่อนนะครับว่า เกิดหลังจากการแปรสภาพนะครับ ไม่ใช่ว่าใช่แปรสภาพแล้วพนักงานนี่อยากจะได้หุ้น จริงๆนี่พนักงานต่อสู้คัดค้านการแปรรูปมา ตลอดระยะเวลา 487 วันที่ผ่านมานะครับ เนื่องจากว่าเราโดนกดเหลือเกินครับ ทั้งฝ่ายรัฐบาล ทั้งทุกฝ่ายกดมาที่พนักงาน จนไม่สามารถที่จะทำอะไรได้นะครับ ก็จึงโดนแปลงสภาพไปเป็นบริษัทก่อนนะครับ เรื่องหุ้นนี่มาทีหลัง ในความคิดของคนส่วนมากอาจจะว่า เอ๊ะ พนักงานเห็นแก่ตัวนี่หว่าไปรับหุ้น จริงๆแล้วนะครับ การที่เราเป็น กฟผ.นี่เรามีหลักความมั่นคงอยู่แล้ว เป็นพนักงานรัฐวิสากิจนะครับ แต่การเป็นบริษัทนี่เราไม่แน่ใจว่าจะมีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหนนะครับ
       ก็เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายนะครับ เงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของเขา ซึ่งในอนาคตไม่รู้ว่าเขาจะไปประสบอะไรหรือเปล่า จะโดนออกงานจะอะไรหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ นี่คือหัวใจของพนักงานนะครับ ที่ว่าเราก็โดนทุกอย่างมาบีบคั้นนี่นะครับ แต่ทีนี้หลังจากที่พนักงานซื้อหุ้นเสร็จนี่ มันก็มีการที่ว่าศาลปกครองตรงนี้ เราก็เห็นว่าในเมื่อกระแสสังคมเขาต้องการอย่างนี้ เราก็เห็นด้วยนะครับ ที่ไม่ต้องไปแปลงสภาพ หรือว่า กฟผ.ก็ยังเหมือนเดิมนี่นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะกระทบต่อพนักงานตอนนี้นี่นะครับ สหภาพแรงงานเห็นว่า ควรจะคืนเงินให้พนักงานก่อน เพราะว่าเราไม่ทราบว่าจะใช้เวลาอีกเท่าไหร่ศาลถึงจะตัดสินมา
       
       สำราญ – คืออนาคตยังไม่แน่นอนว่าอย่างนั้นเถอะ
       
       สมควร – ยังไม่แน่นอนครับ
       
       สำราญ – ขอตัวเลขนิดนึงครับ พนักงานกี่หมื่นคน และซื้อหุ้นกี่ล้านบาทครับ รวมความแล้วนี่
       
       สมควร – ตัวเลขนี่ผมจำไม่ได้ แต่ว่าประมาณ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์น่ะครับ พนักงานเกือบ 2 หมื่นครับ
       
       สำราญ – 90% ก็ซื้อไปหมดเลย
       
       สมควร – ครับ
       
       สำราญ – มูลค่าเท่าไหร่ครับ กี่พันล้าน
       
       สมควร – ก็เยอะนะครับ
       
       คำนูณ – ก็คือซื้อกันเต็มสิทธินะครับที่เขาให้
       
       สมควร – ซื้อกันเต็มสิทธิครับ
       
       คำนูณ – แล้วส่วนใหญ่กู้มาใช่ไหมครับ
       
       สมควร – ส่วนใหญ่จะกู้มาครับ
       
       คำนูณ – แล้วก็คือการผ่อนคืนนี่ต้องเริ่มผ่อนคืนแล้ว
       
       สมควร – ก็ต้องเริ่มหมุนแล้วล่ะครับ สิ้นเดือนนี้ก็ต้องเริ่มหมุนแล้วล่ะครับ
       
       สำราญ – เขาเอาเงินส่วนไหนมาให้เรากู้ครับ คุณสมควร
       
       สมควร – สหกรณ์ออมทรัพย์ และก็เป็นเงินของแบงก์ด้วย ข้างนอกด้วยนะครับ แล้วแต่พนักงานจะจัดสรรมา แล้วแต่พนักงานจะสะดวกกู้ที่ไหนครับ
       
       สำราญ – ดอกเบี้ยเท่าไหร่ครับ
       
       สมควร – ดอกเบี้ยก็ตามปกติครับ
       
       ปานเทพ – พนักงานนี่นะครับ เขาจะมีสิทธิซื้อหุ้นได้ 8 เท่าของเงินเดือนใช่ไหมครับ
       
       สมควร – ถูกต้องครับ
       
       ปานเทพ – เพราะฉะนั้นแล้วนี่ส่วนใหญ่ก็จะกู้เงินประมาณซัก 8 เท่าได้ไหมครับ
       
       สมควร – ครับ ใช่ครับ
       
       สำราญ – ส่วนใหญ่กู้กันเต็มร้อยเลยใช่ไหมครับ กู้กันเต็มแม็กเลยว่างั้นเถอะ
       
       สมควร – เต็มแม็กเลยครับ
       
       คำนูณ – แล้วทราบว่ามีบางคนก็ขายไปแล้วใช่ไหมครับ
       
       สมควร – อันนี้แล้วแต่ครับ เหมือนว่าเป็นเอกสิทธิน่ะครับ
       
       คำนูณ – ก็คือถ้าคนที่ขายไปแล้ว ก็เท่ากับว่าตอนนี้รับ 2 เด้งเลย คือ 1. ต้องชำระคืนเงินกู้
       
       ปานเทพ – 2. ไปหาหุ้นให้เขา
       
       คำนูณ – 2. ที่ขายไปแล้ว รับตังค์เขามาแล้วนี่นะ ก็เขาก็จะเริ่มทวงแล้วล่ะ ว่าหุ้นยังไม่มานี่ เอาเงินคืนมาก่อน มันจะยุ่งสิ ก็เท่ากับเป็นเรื่องทั้ง 2 ทาง
       
       สมควร – ยุ่งแน่ๆครับยุ่ง
       
       คำนูณ – เริ่มมีการชกกัน มีการทวงถามกันบ้างหรือยังนี่ เริ่มมีกรณีพิพาทกันบ้างหรือยัง เท่าที่ฟังๆดู
       
       สมควร – ยังไม่มีครับ ก็คือเรายังรอความชัดเจนของศาลอยู่นะครับ
       
       ปานเทพ -และพนักงานไม่คิดจะฟ้องผู้บริหารหรือครับ
       
       สมควร – ตอนนี้ก็คือผู้บริหารก็ได้ออกมาเหมือนกับว่า พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกกรณีนะครับ
       
       ปานเทพ – รับผิดชอบส่วนตัว หรือเอาเงินมาคืน
       
       สมควร – ไม่ครับ หมายถึงว่าถ้าศาลมีวินิจฉัยประการใดใช่ไหมครับ ผู้บริหารก็ได้ออกข่าวชี้แจงให้พนักงานได้รับทราบว่า ถ้ามีกรณีเหตุการณ์สร้างความเสียหายให้กับพนักงานแบบใด มากน้อยแค่ไหน ผู้บริหารก็จะรับผิดชอบทั้งหมดนะครับ
       
       คำนูณ – แล้วจนบัดนี้นี่ พนักงานนี่มีจุดยืนยังไงครับ หรือว่าก็ปล่อยให้คนข้างนอกเขาค้านก็ค้านไป ถูกตีหน้า กฟผ.ก็ถูกตีไป พวกเราก็ยุ่งเรื่องหุ้นของพวกเราไป
       
       สมควร – คือจิตใจของพนักงานก็คือเราก็คัดค้านมาตลอด ไม่เห็นด้วย เราไม่เห็นด้วยนะครับ พนักงานส่วนมากไม่เห็นด้วย กับการที่จะไปเปลี่ยน กฟผ. จะไปแปรรูป กฟผ.นี่ ต้องเข้าใจพนักงานด้วย
       
       คำนูณ – เมื่อไหร่จะแปรความไม่เห็นด้วยในใจนี่ออกมาข้างนอกบ้างครับ
       
       สมควร – ก็คือหลังจากที่เรารบจนแบบล้าแล้ว รบจนล้าแล้ว จนไม่มีกำลังที่จะรบแล้ว และอีกอย่างหนึ่งคำสั่งของฝ่ายบริหารต่างๆก็ดีครับ ก็มาบีบพนักงานไม่ให้เคลื่อนไหวนะครับ
       
       คำนูณ – คือจนบัดนี้ก็คือ ยังไงพนักงานก็จะไม่มีวันเคลื่อนไหวอีกใช่ไหมครับ
       
       สมควร – ถ้าพนักงานจะออกก็ออกในนามภาคประชาชน เราถือเป็นประชาชนคนหนึ่งนะครับ ถ้าไปก็คงต้องไปนอกเวลางาน
       
       สำราญ – ในนามสหภาพนั้นคือปิดเกมส์ไปแล้ว
       
       สมควร – ครับ ก็คือเราก็ถอดเครื่องแบบ กฟผ.ออก ก็ไปในนามภาคประชาชนก็ว่ากันไป เหมือนกับคุณศิริชัยที่ทำอยู่ทุกวันนี้ครับ
       
       ปานเทพ – เป็นเพราะว่าพนักงานส่วนใหญ่เขามีความรื่นเริงดีกับหุ้นที่ได้หรือเปล่าครับ
       
       สมควร – ไม่เลยครับ ไม่ได้รื่นเริงเลยครับ ไม่ได้ Happy ไม่ได้มีความสุขกับการได้หุ้นนะครับ ผมบอกแค่นั้นแหละ
       
       สำราญ – โดยส่วนตัวนี่คุณสมควรคิดว่าจะจบลงยังไงครับ
       
       สมควร – คือผมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผมเคารพศาลนะครับ ถ้าศาลมีความเห็นประการใด ผมจะเดินไปตามนั้นแหละครับ
       
       สำราญ – คิดว่าสมมุตินะ ถ้าผมสมมุติดูว่าถ้าเกิดสุดท้ายแล้วศาลก็บอกว่านี่แหละ การแปรรูปออกกฤษฎีกาอะไรต่างๆ มันขัดกับรัฐธรรมนูญ ขัดกับกฎหมาย คือสุดท้ายแปรรูปไม่ได้นี่ พนักงานจะรู้สึกยังไง
       
       สมควร – รู้สึกมีความสุขครับ
       
       สำราญ – จริงหรือเปล่าครับ
       
       สมควร – มีความสุขครับ
       
       สำราญ – ได้เฮหรือครับ
       
       สมควร – ครับ
       
       คำนูณ – แล้วถ้าเกิดว่าแปรรูปได้ยังมีความสุขไหมครับ
       
       สมควร – ไม่มีความสุขครับ
       
       ปานเทพ – และหุ้นที่ได้ล่ะครับ
       
       สมควร – หุ้นที่ได้ก็ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้ว มันเป็นเหมือนกับฟางเส้นสุดท้าย มันเป็นเหมือนกับเราไม่ได้เป็นพนักงานของรัฐ เราไม่ได้เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจนี่ ก็เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่เราฝากอนาคตกับองค์กรอะไรไม่ได้แล้ว อะไรทำนองนั้นครับ
       
       สำราญ – ก็มีดีกว่าไม่มีว่าอย่างนั้นเถอะ
       
       สมควร – ครับ
       
       สำราญ – เห็นว่าหลายคนก็เอาเงินอนาคตมาใช้จ่ายกันเยอะแล้วนะ ท่านนายกฯฟังมา จริงไหมครับ
       
       สมควร – แต่เราก็กู้หนี้ยืมสินมานะครับ พนักงานส่วนมากก็ไม่ค่อยมีตังค์หรอกครับ เป็นหนี้ทั้งนั้นแหละครับ
       
       สำราญ – แล้วตอนนี้ผู้บริหารเขาบอกให้เรารอเฉยๆ หรือยังไงครับ
       
       สมควร – ก็เหมือนว่าเขาออกมาพร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบแหละครับ
       
       สำราญ – อันนี้เขาตกปากรับคำเรียบร้อยแล้ว หรือว่าเราคิดเอาเองครับ
       
       สมควร – ก็คงจะต้องรอเป็นวันที่ 24 ที่จะมีการประชุมบอร์ดกันอีกทีนะครับ
       
       ปานเทพ – และตัวสหภาพแรงงาน มีการประชุมในนามสหภาพของ กฟผ.ไหมครับ ว่าตกลงแล้วในแง่ของสหภาพมีมติยังไงครับเรื่องนี้
       
       สมควร – เรื่องนี้เราก็เห็นว่าต้องรอคำวินิจฉัยของศาลครับ
       
       ปานเทพ – ไม่ขยับ ไม่เคลื่อนไหวอะไรทั้งสิ้นแล้ว
       
       สมควร – ก็ถ้าไปเคลื่อนไหวก็อย่างที่ผมเรียนไว้เบื้องต้นแล้วก็คือ ภาคประชาชนต้องเข้าร่วมในภาคประชาชน
       
       ปานเทพ – ไม่ใช่ในนามสหภาพใช่ไหมครับ เป็นเรื่องส่วนตัว
       
       สำราญ – เป็นเรื่องส่วนบุคคล
       
       สมควร – ครับ และอีกส่วนหนึ่งก็คือในภาคของท่านประธานศิริชัย ไม้งาม ซึ่งดูแลเรื่องเกี่ยวกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นตัวแทนของ 42 รัฐวิสาหกิจนะครับ
       
       สำราญ – เอาล่ะครับ ขอบพระคุณมากครับ คุณสมควรครับ
       
       สมควร – ครับ สวัสดีครับ

 

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM