กรมโรงงานอุตสาหกรรม รับนักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ (บัดนี้ - 24 สิงหาคม 2555) : SIAMHRM.COM

กรมโรงงานอุตสาหกรรม รับนักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ (บัดนี้ - 24 สิงหาคม 2555)




ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม

 เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ
 ด้วยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการใน
 ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
 ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11 ธันวาคม
 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จึงประกาศ
 รับสมัครสอบแข่งขัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ
 ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ อัตราเงินเดือนระดับปริญญาตรี 11,680 บาท
 หรือตามที่ ก.พ. กำหนด

 2. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 2 อัตรา

 3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
 ลักษณะงานที่ปฏิบัติของตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

 4. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
 4.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36
 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
 ก. คุณสมบัติทั่วไป
 (1) มีสัญชาติไทย
 (2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
 (3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
 ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
 ข. ลักษณะต้องห้าม
 (1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
 (2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือ
 จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดใน กฎ ก.พ.
 (3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
 ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
 (4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
 (5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง
 หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
 (6) เป็นบุคคลล้มละลาย
 (7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำ
 ความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
 (8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือ
 หน่วยงานอื่นของรัฐ
 (9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม
 พระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
 (10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
 หรือตามกฎหมายอื่น
 (11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน
 ในหน่วยงานของรัฐ
 ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (4) (6) (7)
 (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้าม
 ตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้าม
 ตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงาน
 หรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
 มาตรา 54 สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ (1) ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้ แต่จะมี
 สิทธิได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทาง
 การเมืองแล้ว
 สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขัน
 เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501
 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
 4.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
 ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

 5. การรับสมัครสอบ
 5.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัครสอบ
 ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์บริหารและ
 พัฒนาทรัพยากรบุคคล ชั้น 5 ห้อง 501 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท
 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2555 ในวันราชการ
 ภาคเช้าเวลา 09.00 – 12.00 น. ภาคบ่ายเวลา 13.00 – 16.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
 กลุ่มสรรหาบรรจุแต่งตั้งและทะเบียนประวัติ ศูนย์บริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล โทร 0 2202 4009
 และ 0 2202 4012
 5.2 ค่าธรรมเนียมการสอบ
 ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน 200 บาท
 ค่าธรรมเนียมการสอบจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
 5.3 เอกสารและหลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัครสอบ
 (1) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว
 ถ่ายครั้งเดียวกันไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
 (2) สำเนาปริญญาบัตรหรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ
 และสำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcripts of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตาม
 ประกาศรับสมัคร โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ
 จำนวนอย่างละ 2 ฉบับ
 ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของ
 สถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของ
 สถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ
 ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 24 สิงหาคม 2555
 ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครสอบ
 ได้ ก็ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาและวันที่ ที่ได้รับอนุมัติ
 ปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันปิดรับสมัคร มายื่นแทน
 (3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ
 1 ฉบับ
 (4) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง)
 ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ-นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
 (5) สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
 (ภาค ก.) ของ ก.พ. ระดับปริญญาตรี จำนวน 1 ฉบับ
 (6) ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกไว้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้าม
 ตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2553 ซึ่งได้แก่
 - วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ
 - โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการที่เป็นที่รังเกียจแก่สังคม
 - โรคติดยาเสพติดให้โทษ
 - โรคพิษสุราเรื้อรัง
 - โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงและเป็น
 อุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ตามที่ ก.พ. กำหนด
 สำเนาเอกสารหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” ลงชื่อ
 พร้อมวันที่กำกับทุกหน้าของสำเนาอเอกสาร

 6. เงื่อนไขในการรับสมัครสอบ
 6.1 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
 ของผู้มีสิทธิสมัครสอบ ในข้อ 4.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ
 ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 24 สิงหาคม 2555 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้น
 ปริญญาบัตรของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
 ของสถานศึกษานั้นเป็นเกณฑ์
 6.2 ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มี
 คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียด
 ต่าง ๆ ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริงด้วยลายมือตนเอง พร้อมทั้งยื่นหลักฐานในการสมัคร
 ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในประกาศรับสมัครสอบ ในกรณีที่มีการผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ
 หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานคุณวุฒิ ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ
 กรมโรงงานอุตสาหกรรม จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะ
 ไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

 7. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
 กรมโรงงานอุตสาหกรรม จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และ
 ระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ในวันที่ 20 กันยายน 2555 ณ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และทางเว็บไซต์
 http://www2.diw.go.th/hrmc

 8. หลักสูตรและวิธีการสอบ
 8.1 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน
 ตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
 8.2 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) คะแนนเต็ม 100 คะแนน
 การประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จาก
 ประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจาก
 การสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้
 เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ
 จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และ
 สิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก
 สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง
 ทั้งนี้ จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) ก่อน
 และเมื่อสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความ
 เหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)

 9. เกณฑ์การตัดสิน
 ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาคไม่ต่ำกว่า
 ร้อยละ 60

 10. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงสุดลงมา
 ตามลำดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่า
 เป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งเท่ากันให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อน
 เป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี
 แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้
 เป็นอันยกเลิก

 11. การบรรจุและแต่งตั้ง
 11.1 ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
 โดยได้รับเงินเดือนตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1
 11.2 กรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่ประสงค์ที่จะรับโอนผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการ
 หรือพนักงานทุกประเภทที่ได้ขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันในครั้งนี้
 11.3 ในกรณีที่มีตำแหน่งว่างในส่วนราชการอื่น บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ก็จะใช้บรรจุ
 ในส่วนราชการอื่นได้ด้วย


 รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
 ในสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรม
 (แนบท้ายประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2555)

 ชื่อตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ

 จำนวนตำแหน่งว่าง 2 อัตรา

 ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
 ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน
 ปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้การกำกับ แนะนำตรวจสอบและปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับ
 มอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
 1. ด้านการปฏิบัติการ
 (1) ศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล และร่วมดำเนินการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 เพื่อสร้างองค์ความรู้
 (2) วิเคราะห์ทดสอบ ตรวจสอบ ตรวจวัด ตรวจพิสูจน์ วินิจฉัย ทางวิทยาศาสตร์ ของวัตถุ
 ตัวอย่าง สอบเทียบเครื่องมือ อุปกรณ์วัด เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
 (3) ร่วมปฏิบัติงานด้านการรับรองระบบงาน การบริหารจัดการทดสอบความชำนาญจัดทำ
 ฐานข้อมูลห้องปฏิบัติการ ส่งเสริมพัฒนาห้องปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มขึดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า
 (4) ร่วมศึกษาวิเคราะห์ วิจัย พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้และร่วมดำเนินการ
 จัดฝึกอบรม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและทันต่อความก้าวหน้าของวิทยาด้านวิทยาศาสตร์และ
 เทคโนโลยี
 (5) ศึกษา ค้นคว้า ติดตามความรู้ และพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 เพื่อใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
 (6) ร่วมดำเนินงานระบบประกันคุณภาพ เพื่อให้ผลการทดสอบเป็นที่น่าเชื่อถือ
 2. ด้านการวางแผน
 วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือ
 โครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
 3. ด้านการประสานงาน
 (1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด
 ความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด
 (2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่
 เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
 4. ด้านการบริการ
 (1) ให้คำปรึกษาแนะนำเบื้องต้นทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ผู้ประกอบการ
 ส่วนราชการ และประชาชนผู้สนใจทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ทราบข้อมูล ความรู้ต่าง ๆ และนำไปใช้ให้เกิด
 ประโยชน์สูงสุด
 (2) เผยแพร่ ถ่ายทอดความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความรู้ความ
 เข้าใจให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง
 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
 (1) ได้รับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ
 ทางเคมี และสาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 (2) เป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับปริญญาตรีของ ก.พ.
 หลักสูตรและวิธีการสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.)
 ทดสอบความรู้ความสามารถดังต่อไปนี้ โดยวิธีสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
 1. ความรู้ด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม
 2. ความรู้พื้นฐานด้านเคมี



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM