ศธ.ชูธงพัฒนาภาษาจีน-อังกฤษ ดันศักยภาพเยาวชนไทยรับ AEC : SIAMHRM.COM

ศธ.ชูธงพัฒนาภาษาจีน-อังกฤษ ดันศักยภาพเยาวชนไทยรับ AEC




"กระทรวงศึกษาธิการ" หรือ ศธ.ได้ชื่อว่าเป็นกระทรวงที่ผลิตบุคลากรป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ถือเป็นกำลังหลักในการสร้างคนให้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ดี นอกจากป้อนคนเข้าตลาดในประเทศแล้ว การเปิดเสรีอาเซียน (AEC : ASEAN Economic Community) ที่กำลังมาถึงในปี 2558 ก็กลายเป็นแรงกระตุ้นให้กระทรวงศึกษาธิการต้องปรับทิศทางนโยบาย เพิ่มระดับการเตรียมคนให้พร้อมมากขึ้น

"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์ "ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์" ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ถึงบทบาทและทิศทางของกระทรวงต่อการผลิตคนรับการเปิดเออีซี ตลอดจนนโยบายของกระทรวงในปีหน้า

- นโยบายด้านการผลิตคน

มีโครงการส่งเสริมการพูดภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ด้านภาษาจีนจะมีครู 1,200 คน จากจีน มาอยู่ที่ไทย 1 ปี กระจายไปสอนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานการศึกษาเอกชน (สช.) และนักศึกษาในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาอาสาสมัครที่เรียนปริญญาตรี 2,000 คน มาช่วยสอนภาษาจีนในเดือน มิ.ย.-ส.ค. ลอตแรกจะมาก่อน 500 คน

ไปสอนใน 278 โรงเรียน ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนไทยสามารถสื่อสารภาษาจีนได้

"ก่อนหน้านี้เราไปเมืองเทียนจิน ประเทศจีน ซึ่งจะสร้างรถไฟความเร็วสูง เขาบอกว่าต้องการคนไทยไปทำงานด้วย แต่มีข้อแม้ว่าต้องพูดภาษาจีนได้ ดังนั้น การฝึกภาษาจีนที่เรากำลังทำ ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเรียนช่าง"

สำหรับการสอนภาษาอังกฤษ ได้ทำ MOU กับ British Council โดยมีอาสาสมัครชาวอังกฤษเข้ามา 4,000 คน สอนตามโรงเรียนต่าง ๆ เป็นเวลา 4 เดือน

- การรับมือเปิดเสรีอาเซียน

ตอนนี้กำลังทำกรอบหลักสูตรที่ควรรู้เกี่ยวกับอาเซียน เรียกว่า ASEAN Curriculum เพื่อดูว่ามีเรื่องใดเกี่ยวกับอาเซียนที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม ระบบการศึกษา วิถีชีวิต เพราะตอนนี้เรารู้เขาเพียงบางอย่าง ไม่ได้รู้ทั้งหมด ซึ่งนักวิชาการบอกว่า การเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี จะนำไปสู่ความเข้าใจร่วมกัน

นอกจากนี้จะสร้างผู้นำอาเซียน โดยให้คนจากประเทศอาเซียน ประเทศละ 5 คน มาเรียนปริญญาโทร่วมกันใน 5 หลักสูตร เช่น บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เรียนร่วมกัน 2 ปี จะทำให้เป็นมิตรกันได้ แม้จะแยกย้ายไปทำงานประเทศของตน แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่ และอาจได้ทำงานร่วมกันในอนาคต

- การแลกเปลี่ยนนักศึกษาในอาเซียน

เมื่อเปิดเสรีอาเซียน กระบวนการไหลของคนจะมากขึ้น มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต้องทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีนโยบายน่านฟ้าเสรี หรืออนาคตจะเปิดเสรีการเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางโดยไม่ต้องใช้วีซ่า จะทำให้การไปมาหาสู่ทำได้ง่ายขึ้น

สำหรับการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา ในระดับมหาวิทยาลัยจะมีการเรียนและเก็บหน่วยกิตที่เรียกว่า Credit Bank หรือ Credit Transfer ซึ่งเป็นการเรียนที่ไทยและไปเรียนต่อในประเทศอาเซียนเพิ่มเติม อีกอย่างคือการเรียนแบบ Dual Program แบ่งการเรียนในไทยและประเทศอื่นที่มหาวิทยาลัยทำความร่วมมือด้วย เหมือนเรียนที่เดียว แต่ได้ 2 ปริญญา

- ความร่วมมือระหว่างการศึกษาไทยกับภาคธุรกิจ

ภาคธุรกิจต้องการสายอาชีพเยอะ ไม่นานมานี้ได้คุยกับคนจากรัฐนอร์เทิร์น เทร์ริทอรี ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งรัฐเขามีคนน้อย แต่การลงทุนเยอะ ทั้งด้านการขุดเจาะน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และการก่อสร้าง เขาอยากได้นักเรียนไทยไปเป็นช่างเชื่อม ช่างอุตสาหกรรม แต่ปัญหาคือพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยทำความร่วมมือกัน ให้เขาระบุว่าอยากได้ช่างประเภทใดบ้าง เบื้องต้นมีนักเรียนมาสมัครกว่า 500 คน

ซึ่งเขาก็ส่งคนมาทดสอบทักษะที่ไทย ปรากฏว่าผ่านประมาณ 200 คน ซึ่งกระทรวงจะออกเงินให้เด็กเรียนภาษาอังกฤษ 3 เดือน ก่อนไปสอบ IELT โดยเขาจะปรับระดับเกณฑ์คะแนนลง หากสอบผ่านจะรับทำงานทันที

- นโยบายใหม่ในปีงบประมาณ 2556

เรามีหลายนโยบายใหม่ ตัวอย่างเช่น นโยบายคูปองหนังสือ จากเดิมนักเรียนต้องซื้อหนังสือตามที่กระทรวงกำหนด ทำให้ไม่ได้อ่านหนังสืออย่างอื่น แต่ในปีการศึกษา 2556 เราจะให้คูปองหนังสือคนละ 200 บาท กับนักเรียนประมาณ 5 แสนคน เรียกคูปองนี้ว่า คูปองเสริมสร้างอัจฉริยะ โดยรัฐมนตรีได้แนวความคิดจากการไปงานสัปดาห์หนังสือ แล้ว น.พ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เล่าให้ฟังว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

มีพระราโชบายอยากให้เด็กไทยอ่านหนังสือเยอะ ๆ อ่านหนังสือที่อยากอ่าน รัฐมนตรีเลยนำมาทำเป็นนโยบาย ซึ่งนโยบายนี้จะทำให้เด็กได้อ่านหนังสือด้วย ไม่ใช่เปิดแต่แท็บเลตอย่างเดียว

"เราเป็นเหมือนกระทรวงทางสังคม ซึ่งจริงๆ แล้ว การสร้างคน หรือด้านการศึกษา เสียมากเท่าไร ก็ไม่ได้ถือว่าสูญเปล่า ด้วยเหตุนี้

กระทรวงศึกษาธิการจึงได้งบประมาณสูงสุด โดยงบประมาณของปี 2555

ได้ 4.2 แสนล้าน และปี 2556 คาดว่าจะได้ประมาณ 4.9 แสนล้าน ซึ่งถือว่าเยอะมาก สามารถนำไปลงทุนด้านอื่นได้อีกเยอะ แต่งบฯจำนวนนี้มาอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ เพราะเรานำมาสร้างคน ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน"

 

 

ที่มา : prachachat.net



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM