ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการเปิดงานสัมนาระดับนโยบายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนา แรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช.) โดยมีผผู้เข้าร่วมสัมนาจำนวน 120 คนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่าปัจจุบันการขาดแคลนแรงงานฝีมือกำลังเป็นปัญหาที่สำคัญที่ทั่วโลก กำลังเผชิญอยู่ โดยจากการวิจัยพบว่าในปี 2560 ทั่วโลกจะมีความต้องการแรงงานฝีมือกว่า 93 ล้านคน โดยเป็นการขาดแคลนในประเทศพัฒนาแล้ว 37 ล้านคน และในประเทศกำลังพัฒนาจะมีการจะขาดแคลนถึง 56 ล้านคน ซึ่งการแขดแคลนแรงงานฝีมือถือเป็นปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจของโลก เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนากำลังมีบทบาทสำคัญในการขับ เคลื่อนเศรษฐกิจโลกแทนที่ยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่จะยังคงมีปัญหาเศรษฐกิจใน ระยะยาว โดยหากประเทศไทยสามารถพัฒนาทักษะแรงงานให้มีฝีมือตรงความต้องการของตลาดได้ ก็จะเป็นโอกาสของแรงงานไทยในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในระดับสากลได้ง่ายขึ้น
สำหรับในประเทศไทยการขาดแคลนแรงงานฝีมือเป็นปัญหาสำคัญ โดยปัจจุบันในอุตสาหกรรมต่างๆยังมีความต้องการมากกว่า 1 หมื่นตำแหน่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้แม้ในปัจจุบันประเทศไทยจะมีอัตราว่างงานต่ำเพียง 0.7%
แต่การขาดแคลนแรงงานในสาขาที่ผู้ประกอบการมีความต้องการยังมีสูง การแก้ปัญหาก็คือภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเอกชนต้องมาทำงานร่วมกันเพื่อดูความต้องการแรงงานของตลาดในปัจจุบันและ อนาคต เอกชนต้องเป็นผู้เข้ามาร่วมออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับมัธยม ศึกษา และอุดมศึกษาเพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม ต่างๆ ซึ่งส่วนนี้เอกชนจะมีความได้เปรียบมากกว่าเนื่องจากมีข้อมูลมากกว่าฝ่ายวิชา สถาบันการศึกษาที่มักมีแต่ข้อมูลทางวิชการซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของเอกชน และอุตสาหกรรม
"การผลิตบุคลากรและแรงงานออกมาไม่ตรงกับความต้องการของตลาด เกิดจากภาคส่วนต่างๆทำงานไม่ประสานกัน ภาคเอกชนก็หันไปแก้ไขด้วยการจัดหลักสูตรอบรมให้กับพนักงานใหม่ ซึ่งเสียเวลาและงบประมาณและเสียโอกาสในการแข่งขันทางที่ดีควรเข้ามามีส่วน ร่วมในการจัดทำหลักสูตรกับสถาบันศึกษาตั้งแต่ต้นก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้"
นายเอนก กล่าว ด้านร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าสภาพแวดล้อมของโลกและภูมิภาคในปัจจุบันมีการเปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็ว และมีการแข่งขันสูง รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ โดยในส่วนของการพัฒนาฝีมือแรงงานรัฐบาลมีการประสานงานกับภาคส่วนต่างๆโดย เฉพาะการทำงานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถสร้างแรงงานได้ครงกับ ความต้องการของตลาด
ทั้งนี้หลังจากนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทมีผลแล้วจะเป็นแรงจูงใจในการพัฒนาฝีมือแรงงานในสาขาต่างๆให้มีคุณภาพมาก ขึ้น นอกจากนี้ตนมองว่าแรงงานไทยมีความสามารถสูงและมีความพร้อมในระดับหนึ่ง สำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี)
อย่างไรก็ตาม ทักษะที่ต้องเพิ่มเติมก็คือทักษะเรื่องภาษาและด้านเทคโนโลยีไอซีทีซึ่งจำได้ ประสานงานกับภาคส่วนต่างๆเพื่อจัดการฝึกอบรมต่อไป
ด้านนายสมนึก พิมลเสถียร รองประธาน กพร.ปช.กล่าวว่า คณะกรรมการฯอยู่ในระหว่างผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาแรงงานและประสานงานการ ฝึกอาชีพแห่งชาติ โดยทำงานร่วมกับหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน
โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันยุทธศาตร์ของรัฐบาลในการยกระดับและพัฒนาฝีมือ แรงงาน 5 ประการให้แล้วเสร็จก่อนปี 2558 ที่จะเปิดเออีซี ได้แก่ 1.ยุทธศาตร์ในการยกระดับรายได้แรงงานให้เพิ่มขึ้นตามทักษะฝีมือ ศักยภาพและผลผลิตของแรงงาน 2.เร่งจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอาเซียนร่วม กับภาคเอกชน 3.ส่งเสริมการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานทุกระดับตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 4.เตรียมพร้อมแรงงานไทยให้มีความพร้อมสำหรับผลประโยชน์และลดผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และ5.สร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถของคนไทยในการออกไปทำงานในต่างประเทศ โดยพัฒนาทั้งทักษะอาชีพและทักษะภาษา
(กรุงเทพธุรกิจ, 30-8-2555)