เคาะแล้วขึ้นค่าจ้าง35จังหวัด กทม.ทุ่ม900ล้านแจกโบนัส : SIAMHRM.COM

เคาะแล้วขึ้นค่าจ้าง35จังหวัด กทม.ทุ่ม900ล้านแจกโบนัส




อนุกรรมการค่าจ้างเคาะแล้วค่าจ้างขั้นต่ำ ปรับเพิ่ม 35 จว. ที่นราฯ-ลพบุรีได้มากสุด 5 บาท อุดรฯได้แค่ 1 บาท อีก 41 จังหวัดแห้ว ลูกจ้างระยองเตรียมม็อบใหญ่กว่า 5 หมื่นคน บุกศาลากลางข้องใจไม่เสนอปรับค่าจ้าง ขณะที่ ขรก.-ลูกจ้าง กทม.เตรียมเฮรับโบนัส 900 ล้าน

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงแรงงานว่า ภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด 76 จังหวัดเสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี 2549 มายังคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ซึ่งมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน และคณะกรรมการค่าจ้างกลางมีมติให้คณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง ซึ่งมีนายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เป็นประธาน พิจารณา ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการวิชาการฯได้ประชุมพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ได้ข้อสรุปว่าการขึ้นค่าจ้างปี 2549 จะมีจังหวัดที่ได้รับการปรับค่าจ้างทั้งสิ้น 35 จังหวัด ในอัตราตั้งแต่ 1-5 บาท ส่วนที่เหลืออีก 41 จังหวัดไม่ได้ปรับ ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการจังหวัด

ข่าวแจ้งว่า จังหวัดที่ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 1 บาท มี 1 จังหวัด คือ อุดรธานี ปรับขึ้น 2 บาท มี 22 จังหวัด อาทิ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี ปรับขึ้น 3 บาท มี 9 จังหวัด อาทิ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปรับขึ้น 4 บาท มี 1 จังหวัด คือ จันทบุรี และที่ปรับขึ้น 5 บาท มี 2 จังหวัด คือ ลพบุรี และนราธิวาส (ดูตารางประกอบ)

ส่วนอีก 41 จังหวัด ที่เหลือนั้นคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดเสนอไม่ขอปรับขึ้น ประกอบด้วยสุโขทัย ชัยนาท ตราด ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง ราชบุรี กำแพงเพชร เชียงราย ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน อุตรดิตถ์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ชุมพร ปัตตานี ยะลา พัทลุง สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี โดยให้เหตุผลไม่ขอขึ้นค่าจ้างครั้งนี้ว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันมีความผันผวน อีกทั้งเมื่อกลางปี 2548 จังหวัดดังกล่าวได้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้ว 2-8 บาท จึงเห็นควรให้ชะลอการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำปี 2549 ไว้ตามเดิม แต่หากปี 2549 ภาวะเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงมากก็อาจมีการทบทวนอีกครั้ง

ข่าวแจ้งว่า การพิจารณาของคณะอนุกรรมการวิชาการฯได้ให้ข้อเสนอแนะการขึ้นค่าจ้างปี 2549 ว่าจังหวัดที่ไม่ขอปรับขึ้นส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงมาก จึงเห็นควรให้ทางจังหวัดตรวจสอบอัตราเงินเฟ้ออีกครั้ง นอกจากนี้ หากในช่วงปี 2549 จังหวัดที่ไม่ขอปรับขึ้นและอาจมีมติขอขึ้นค่าจ้างอีกครั้งก็สามารถทำได้ โดยให้เสนอขอทบทวนการปรับค่าจ้างมาที่กระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการวิชาการฯจะนำผลการพิจารณาค่าจ้างเสนอคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ในวันที่ 28 พฤศจิกายน คาดว่าคณะกรรมการค่าจ้างกลางจะมีมติยืนตามความเห็นของคณะอนุกรรมการวิชาการฯที่เสนอมา จากนั้นจะนำเสนอให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิจารณาก่อนจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้รับทราบเพื่อประกาศใช้ให้ทันวันที่ 1 มกราคม 2549

นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ ประธานคณะอนุกรรมการวิชาการฯค่าจ้างขั้นต่ำ กล่าวถึงกรณีที่ผู้นำแรงงานเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 233 ว่า เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเป็นตัวเลขที่สูงมาก ซึ่งการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างนั้นคณะกรรมการจะมีเกณฑ์พิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ความสามารถในการจ่ายของนายจ้างและอัตราค่าครองชีพ กรณีที่ระบุว่ามีการบล็อคโหวตจากฝ่ายนายจ้างและรัฐบาลทำให้หลายจังหวัดไม่ได้ขึ้นค่าจ้างนั้น ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นระบบไตรภาคีเปิดให้ทุกคนได้เจรจาต่อรอง โดยถือเอามติเสียงข้างมากเป็นหลัก

ขณะที่นายอิสระ มูสิกอง ที่ปรึกษากลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก กล่าวว่า คนงานระยองไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐไม่ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2549 ให้เนื่องจากไม่ได้ถามความเห็นอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดระยองก่อน มติออกมาเป็นเรื่องที่อนุกรรมการฝ่ายนายจ้างและรัฐเข้ามาแทรกแซง ดังนั้น ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ แกนนำสหภาพแรงาน จ.ระยอง จำนวน 63 สหภาพ ประมาณ 50,000 คน จะเดินทางไปชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดเพื่อขอคำตอบและถามเหตุผลจากผู้ว่าราชการจังหวัดว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีการขึ้นค่าจ้างให้คนงานระยอง

นายสมศักดิ์ ทองงาม หนึ่งในคณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดอ่างทอง ฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนงานเรียกร้องให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศวันละ 233 บาทมาตลอด ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เคยพูดว่าค่าแรงและค่าครองชีพในแต่ละจังหวัดต้องเท่ากัน ฉะนั้นกระทรวงแรงงานจึงไม่ควรเลือกปฏิบัติปรับขึ้นค่าจ้างแค่ 35 จังหวัดเท่านั้น ทั้งนี้ อยากเสนอให้ยกเลิกอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดดีกว่า เพราะมีก็เปล่าประโยชน์ไม่ได้ช่วยลูกจ้างเลย กลับจะถูกนายจ้างและรัฐใช้วิธีบล็อคโหวตด้วยซ้ำ ฉะนั้นหากให้คณะกรรมการค่าจ้างกลางเป็นผู้พิจารณาจะมีความเป็นกลางมากกว่า

สำหรับข้าราชการและลูกจ้าง กทม.มีสิทธิได้รับโบนัสมากขึ้น ทั้งนี้ นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ กทม.(ก.ก.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการประเมินผลการทำงานเพื่อจ่ายโบนัสประจำปี 2548 ให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำของ กทม. โดยยึดหลักเกณฑ์ที่ได้วางไว้ 4 มิติ คือประสิทธิผลตามพันธกิจ ประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ คุณภาพการปฏิบัติราชการและการพัฒนาองค์กร โดยในเดือนธันวาคมนี้ คณะอนุกรรมการตำแหน่ง(อ.ก.ก.ตำแหน่ง) จะพิจารณาเพื่อติดตามความคืบหน้าการประเมินผลอีกครั้ง ก่อนจะส่งรายละเอียดทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ก.ก.ในวันที่ 19 ธันวาคม เพื่อจะจัดสรรงบประมาณเป็นโบนัสจ่ายให้กับบุคลากรของ กทม.ภายในวันที่ 26 ธันวาคม

ด้านนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. มอบนโยบายมาแล้วว่าจะต้องจ่ายเงินโบนัสให้ข้าราชการให้ได้ภายในวันที่ 26 ธันวาคม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการ สำหรับยอดเงินโบนัสในปีนี้คาดว่าจะสูงเกือบ 900 ล้านบาท ถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ปี 2547 กทม.ได้จ่ายโบนัสเป็นเงิน 788.9 ล้านบาท สำหรับยอดเงินโบนัสที่จะจ่ายปีนี้ กทม.จะใช้จากงบประมาณกลางประมาณ 300 ล้านบาท ที่เหลือใช้เงินสะสม

 

 

แหล่งข่าว : เครือมติชน



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM