| นางพิมพา จันทรประสงค์ ประธานกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร นำทีมเข้าพบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ณ กระทรวงแรงงาน
เพื่อหารือกับผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ในประเด็นการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา และการนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนในต่างประเทศ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า "ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยินดีต้อนรับพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะไปสู่การปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงาน เห็นว่าข้อเสนอของทุกท่านเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการดำเนินการจัดระบบแรงงานต่างด้าวนั้น ค่อนข้างยากเพราะต้องดำเนินการร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งด้านความมั่นคงและด้านมนุษยธรรมและองค์กรภายนอกประเทศก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ในระบบจัดหางานก็มีหลายอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาได้รับคำชื่นชมจากบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ตกงานไปขอใช้สิทธิแจ้งลงทะเบียนผู้ว่างงานกับกรมการจัดหางาน ได้ดำเนินการจัดหางานให้ได้ภายในเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามประโยชน์ของแรงงานต่างด้าวก็คือทดแทนแรงงานไทยในบางอาชีพที่คนไทยไม่ทำเช่นงานหนัก งานยาก งานสกปรก กระทรวงแรงงานต้องประสานกับทุกหน่วยเพื่อเป็นแนวทางสมานฉันท์ เพื่อประโยชน์สุขของแรงงาน ส่วนเรื่องการประกันสังคมเราได้ดำเนินการแนวทางใหม่ขึ้น เช่น การเพิ่มการคุ้มครองเรื่องโรคต่างๆ ให้กว้างขึ้น การทำฟันที่เปิดกว้างขึ้น การจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มจาก เดือนละ 200 บาทเป็น 350 บาท ค่าทำคลอดจากเหมาจ่ายรายละ 6,000 บาท เป็นเบิกได้ตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือว่าระบบใหม่ที่สามารถช่วยให้การทำงานของเราก้าวสู้ความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของกระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงานไม่ได้ขัดแย้งเรื่องกระบวนทัศน์ของคณะกรรมาธิการแรงงานที่เสนอ แต่จะนำไปสานต่อโดยเร็วเช่นเรื่องการจัดตั้งธนาคาร เป็นต้น เพราะเรื่องนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของหลายฝ่ายที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น อย่างไรก็ตามก่อนปีใหม่นี้ จะจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม ส่วนกรณีการแก้ไขกฎหมายเรื่อง "ค่าปรับ" หรือ "เงินเพิ่ม" ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเสียค่าปรับหากขาดส่งเงินสมทบ โดยได้แก้ไขเป็น ผู้ประกอบการจะเสียเงินต้นของค่าปรับไม่เกินเงินสมทบที่ต้องจ่ายเป็นเงินต้น ปัจจุบันมีผู้ประกันตนอยู่ในระบบจำนวน 8.5 ล้านคน ในปีหน้าคาดว่าระบบประกันสังคมจะขยายการคุ้มครองไปสู่แรงงานนอกระบบได้อีก 15 ล้านคน โดยให้จ่ายเงินสมทบประมาณ ร้อยบาทเศษและจะได้รับการคุ้มครองจากประกันสังคมต่อไป
นางพิมพา จันทรประสงค์ ประธานกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าการมาร่วมหารือครั้งนี้จะนำเสนอในประเด็นปัญหาเรื่องการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา โดยมีจุดยืนโดยขอให้กระทรวงแรงงานเปิดดำเนินการลงทะเบียนเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยแล้วเท่านั้น ไม่ควรเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวนอกประเทศเข้ามาใหม่ โดยให้นายจ้างมาทำสัญญาค้ำประกันและวางเงินค้ำประกันด้วยตามจำนวนคนงานและให้มีการจัดระบบใหม่ สำหรับผู้ที่ไม่ทำงานควรผลักดันออกไปให้หมด ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ป้องกันโรคติดต่อร้ายแรงต่างๆ ไม่เปิดให้แรงงานต่างด้าวทำงานในอาชีพสงวน ส่วนเรื่องการนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนในต่างประเทศนั้น นายเอกพร รักความสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการการแรงงาน กล่าวว่า อยากให้กระทรวงแรงงานปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ โดยการนำเงินกองทุนประกันสังคมมาซื้อหุ้นซึ่งเป็นหุ้นใหญ่ หรือจัดตั้งธนาคาร โรงพยาบาลที่มีคุณภาพ เพื่อให้บริการที่สะดวกแก่ผู้ประกันตน หรือลงทุนรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรม.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส |