คปก.ดันกฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านให้เป็นธรรม เสนอเร่งตั้งคณะกรรมการฯ ด้วยวิธีลงคะแนน 1 กลุ่มต่อองค์กร : SIAMHRM.COM
คปก.ดันกฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านให้เป็นธรรม เสนอเร่งตั้งคณะกรรมการฯ ด้วยวิธีลงคะแนน 1 กลุ่มต่อองค์กร
นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้ลงนามในหนังสือบันทึกความเห็นและข้อเสนอแนะคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเรื่อง การตรากฎหมายลำดับรองตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 เสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การบังคับใช้และการออกกฎหมายลำดับรองเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพ.ร.บ. และเพื่อให้ผู้รับงานไปทำที่บ้านได้รับความเป็นธรรมและมีมาตรฐานชีวิตที่ดี ขึ้น
คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีความเห็นและข้อเสนอแนะหลายประเด็น คือ ควรเร่งรัดให้กระทรวงแรงงานมีคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน ตามมาตรา 25 หากกระทรวงแรงงานยังไม่ดำเนินการตามนี้ จะทำให้ผู้รับงานไปทำที่บ้านต้องเสียสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะในประเด็นที่ผู้รับงานไปทำที่บ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงาน ตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ ค่าตอบแทน ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพและค่าทำศพ
ส่วนวิธีการคัดเลือกคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน ในส่วนของกรรมการผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้าน คปก.เห็นว่า ควรใช้วิธีลงคะแนนแบบ 1 กลุ่มต่อองค์กรผู้รับงานไปทำที่บ้านต่อ 1 เสียง โดยคำนึงถึงจำนวนสมาชิกของกลุ่ม หรือองค์กรในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และกระทรวงแรงงานควรกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อแสดงว่ากลุ่มหรือองค์กรดังกล่าวมี อยู่จริง มีการดำเนินงานมาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันขึ้นทะเบียนและควรมีหลักฐานประกอบการขึ้นทะเบียน เพื่อให้ได้ผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านอย่างแท้จริง นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานควรประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจแก่สังคม ผู้จ้างงานและผู้รับงานไปทำที่บ้านถึงเจตนารมณ์และสาระสำคัญของกฎหมายฉบับ นี้ด้วย
นอกจากนี้ในการร่าง กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศและคำสั่งตามกฎหมาย ควรส่งเสริมให้องค์กรแรงงานและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม เพื่อให้กฎหมายลำดับรองสอดคล้องกับความเป็นจริง ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ทั้งนี้เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 87 เกี่ยวกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ควรให้ความสำคัญกับพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งจากทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพราะเป็นกลไกสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 37 ประกอบกับงานที่รับไปทำที่บ้านมิไดจำกัดอยู่ในรูปแบบของสถานประกอบการเท่า นั้น จึงควรพัฒนากลไกอาสาสมัครแรงงานตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยอาสาสมัครแรง งาน พ.ศ.2547 หรือประสานงานกับกลไกอื่นในภูมิภาคหรือชุมชน เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตลอดจนสหภาพแรงงานในการให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานกับพนักงานตรวจแรง งานด้วย
(คปก., 27-9-2555)
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM