|
สิ่งทอภูธร จ่อลอยแพแรงงาน เหตุค่าแรง 300
|
นายสุกิจ คงปิยาจารย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยหลังร่วมเปิดงาน “เสื้อผ้าส่งออกแฟร์ 2012” ว่า อุตสาหกรรมฯ อาจต้องลดขนาดการผลิตของโรงงานในต่างจังหวัดซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาค อีสานมีการจ้างแรงงาน 90,000-100,000 คน และมีผู้เกี่ยวเนื่องกับแรงาน เช่นครอบครัวอีก 400,000 คน หากคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการไตรภาคี ที่ให้ขึ้นค่าแรงงานวันละ 300 บาททุกจังหวัด เพราะอุตสาหกรรมไม่สามารถแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นทันทีได้จำเป็น ต้องลดต้นทุนการผลิต หรือย้ายฐานการผลิตมาในกรุงเทพซึ่งมีต้นทุนค่าแรงงานเท่ากับที่ต่างจังหวัด แต่แรงงานในกรุงเทพมีความเชี่ยวชาญกว่าและใกล้แหล่งส่งออกสินค้า หากเป็นเช่นนี้ จะทำให้โครงสร้างการจ้างงานของไทยผิดพลาดเพราะจากเดิมจะให้ต้องการให้ภาค อุตสาหกรรมกระจายตัวไปยังภูมิภาค แต่ทันทีที่ค่าจ้างแรงงานมีอัตราเท่ากันจะทำให้ทิศทางการจ้างงานภาค อุตสาหกรรมจะกลับมากระจุกตัวในกรุงเทพ
“ถ้าค่าแรงงานขึ้น 40% จะทำให้โรงงานในต่างจังหวัดของเราไม่สามารถตอบโจทย์การผลิตที่ต้องการลดต้น ทุนเพราะไม่มีความแตกต่างกับค่าจ้างในกรุงเทพ ทำให้หลายโรงงานต้องลดกำลังการผลิต และอาจปิดตัวในที่สุด ซึ่งผลกระทบแรกที่จะได้รับคือแรงงานเกือบ 1 แสนคนในภาคอีสานจะได้รับผลกระทบทันที รวมถึงครอบครัวแรงงานกว่า 4 แสนคนด้วย จึงอยากให้ครม.อย่าเพิ่มเห็นชอบการปรับขึ้นค่าแรงงาน 300 บาทใน 70 จังหวัดทั่วประเทศ”นายสุกิจ กล่าว
ทั้งนี้ ภาคเอกชน ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ต่างแสดงความเห็นตรงกันให้รัฐบาลใช้วิธีทยอยขึ้นค่าแรงงานอัตรา 13-14% จากฐานปัจจุบัน และกำหนดให้ค่อยๆปรับเพิ่มขึ้นภายใน 2-3 ปีเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวได้และสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรม เดียวกันนี้ทั้งที่อินโดนีเซีย และเวียดนาม
นายสุกิจ กล่าวว่า สมาคมฯได้มีการหารือภายในเพื่อการปรับตัวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับภาคการผลิต ขณะนี้ เบื้องต้น แจ้งให้สมาชิกคงราคาขายสำหรับปีหน้าให้เท่ากับปีนี้ไว้ก่อนเพื่อดึงลูกค้า ไว้ จากนั้นให้ใช้วิธีการลดต้นทุนการผลิตเพื่อรักษาสัดส่วนกำไรที่สามารถให้ ธุรกิจอยู่ได้ไว้ก่อน รวมถึงอธิบายให้ลูกค้าปลายทางเข้าใจความจำเป็นการปรับขึ้นค่าแรงงานในประเทศ ไทยว่าเป็นเหตุผลทางการเมืองซึ่งภาคอุตสาหกรรมจะปรับตัวรับมือให้ได้และหลีก เลี่ยงการขอปรับขึ้นราคาให้ได้มากที่สุด
สาเหตุที่ไม่สามารถปรับราคาขายได้เนื่องจากขณะนี้ ลูกค้าในต่างประเทศซึ่งกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต้องการหาแหล่งนำ เข้าสินค้าใหม่ที่มีต้นทุนการผลิตแข่งขันได้ หากไทยปรับราคาขายในช่วงนี้ คำสั่งซื้อจะไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านและโอกาสที่จะกลับมาที่ไทยอีกจะน้อย มาก นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญการสร้างแต้มต่อทางการค้าผ่านการเจรจาข้อตกลงการ ค้าเสรีต่างๆ โดยเฉพาะเอฟทีเอไทย-ยุโรป และการเข้าเป็นภาคีความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ทีพีพี ที่จะทำให้สินค้าไทยเข้าตลาดสหรัฐโดยมีแต้มต่อไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าอัตรา เฉลี่ย 10-30% เช่นเดียวกับตลาดยุโรปหากการเจรจาเป็นผลสำเร็จก็จะทำให้ไทยไม่ต้องเสียภาษี นำเข้า 12%
“หากปล่อยให้สานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป การเข้ามาสั่งซื้อสินค้าจากไทยจะไม่มีอะไรน่าดึงดูดเพราะปีนี้ต่อเนื่องถึง ปีหน้าสิ่งที่อุตสาหกรรมส่งออกต้องเผชิญคือ เงินบาทแข็งค่าจากมาตรการคิวอี 3 ค่าแรงงานเพิ่มขึ้น และสภาพตลาดอ่อนตัวจากภาวะเศรษฐกิจทำให้ปีนี้ คาดว่าจะติดลบ 10% มูลค่า 2,900-3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปี 2556 คาดว่าการส่งออกจะไม่ขยายตัว ซึ่งจะทำได้ก็ต้องอาศัยความพยายามอย่างสูงและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน” นายสุกิจ กล่าว
การส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มไทย ปี 2554 มูลค่ารวม3,275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 2.16% ตลาดส่งออกสำคัญได้แก่ สหรัฐ มูลค่า 1,142 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สหภาพยุโรป (27) มูลค่า 998.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ญี่ปุ่น มูลค่า 325 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาเซียน (9) มูลค่า 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
(กรุงเทพธุรกิจ, 29-9-2555) |
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|