ญวนดูดเงินลงทุนโค่นไทย ชูแรงงานถูก-เศรษฐกิจโต7%/บีบดุลการค้าส่อสาหัส : SIAMHRM.COM

ญวนดูดเงินลงทุนโค่นไทย ชูแรงงานถูก-เศรษฐกิจโต7%/บีบดุลการค้าส่อสาหัส




ดุลการค้าส่อแววเจอปัญหาใหม่และใหญ่ บีโอไอเผยคู่แข่ง "เวียดนาม" ไล่บี้ดูดเงินลงทุนต่างชาติโค่นไทย ชูจุดขายแรงงานถูก เศรษฐกิจเติบโตสูงถึง 7% ทรัพยากร-วัตถุดิบอื้อ

จี้รัฐเร่งปรับสิทธิประโยชน์สู้  กลุ่มเครื่องนุ่งห่มร้องแรงงานขาดหนัก เสนอจัดโซนนิ่งโรงงานชายแดน หวังใช้ต่างด้าว
นายสาธิต  สิริรังคมานนท์  เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า  มูลค่าการลงทุนของนักลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนในครึ่งแรกของปีนี้ยังชี้ให้เห็นว่าไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน และแนวโน้มในปีหน้าไทยจะยังคงเป็นประเทศอันดับแรกของนักลงทุน เพราะมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง   นโยบายการส่งเสริมการลงทุน  ความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน  ความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และแรงงานที่มีทักษะ
อย่างไรก็ตาม ไทยต้องตื่นตัวในการปรับปรุงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนให้ทันสมัยและจูงใจนักลงทุนตลอดเวลา  เพราะประเทศคู่แข่งในอาเซียน  เช่น  มาเลเซียและเวียดนามกำลังปรับตัวเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ  โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งตัวเลขการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง      เพราะมีข้อได้เปรียบไทยในเรื่องค่าจ้างแรงงานถูก   เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยถึงปีละ  7%  มีทรัพยากรและวัตถุดิบในประเทศมาก และกำลังซื้อสูง
ทั้งนี้  แม้ไทยมีมูลค่าการลงทุนสูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน  แต่มูลค่าการลงทุนแต่ละปีผันผวนขึ้นลงตามปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจ  โดยเมื่อปี  2543 มีมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศ 7,613 ล้านเหรียญสหรัฐ, ปี  2544  ลดลงเหลือ  4,102 ล้านเหรียญสหรัฐ, ปี 2545 ลดลงอยู่ที่ 2,413 ล้านเหรียญสหรัฐ, ปี 2546 เพิ่มขึ้นเป็น 4,427 ล้านเหรียญสหรัฐ, ปี 2547 เพิ่มขึ้นเป็น 5,314 ล้านเหรียญสหรัฐ และช่วง 6 เดือนแรกของปี 2548 อยู่ที่ 2,658 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่เวียดนามเพิ่มขึ้นทุกปี   เริ่มจากปี  2543 อยู่ที่ 651 ล้านเหรียญสหรัฐ, ปี 2544 เพิ่มขึ้นเป็น 1,266  ล้านเหรียญสหรัฐ, ปี 2545 อยู่ที่ 1,634 ล้านเหรียญสหรัฐ, ปี 2546 อยู่ที่ 2,157 ล้านเหรียญสหรัฐ, ปี  2547  เพิ่มขึ้นเป็น 2,742 ล้านเหรียญสหรัฐ และครึ่งปีแรก 2548 อยู่ที่ 1,902 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า หากต้องการรักษาความเป็นผู้นำของภูมิภาคในการดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาวต้องพัฒนาบุคลากร   โดยเฉพาะช่างเทคนิค วิศวกร และนักออกแบบ ให้ตรงกับความต้องการของนักลงทุน   ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์   ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แฟชั่น เหล็กโลหะ และอาหาร
ก่อนหน้านี้  นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ สั่งการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ (วอร์รูม)  3 ส่วน ได้แก่ วอร์รูมเงินเฟ้อ วอร์รูมดุลการค้า และวอร์รูมการลงทุน  โดยวอร์รูมเงินเฟ้อและวอร์รูมดุลการค้าอยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์  ส่วนวอร์รูมการลงทุนให้บีโอไอรับผิดชอบ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
นายเธียรชัย มหาศิริ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยยังขาดแคลนแรงงานประมาณ  60,000  คน  เนื่องจากไม่มีแรงงานในกรุงเทพฯ ซึ่งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มหลายรายได้ย้ายที่ตั้งโรงงานไปต่างจังหวัด  เพื่อหาแรงงานทดแทน  เช่น ชัยภูมิ  มหาสารคาม  อุบลราชธานี  นอกจากนี้ เตรียมเสนอรัฐจัดโซนนิ่งการตั้งโรงงานในจังหวัดใกล้แนวชายแดน เพื่อใช้แรงงานต่างด้าว แต่ต้องใช้เวลาศึกษารูปแบบและการออกใบอนุญาต

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM