8 พ.ย. 55 - สภาผู้แทนราษฎรกรีซลงมติเห็นชอบมาตรการรัดเข็มขัดระลอกใหม่เช้าวันนี้ หลังเผชิญเหตุชุมนุมคัดค้านที่ลุกลามรุนแรงกลายเป็นจลาจล
ส.ส.กรีซลงมติด้วยคะแนนเสียง 153-128 เสียงเมื่อวานอนุมัติมาตรการประหยัดรายจ่ายครั้งใหม่รวมมูลค่า 13,500 ล้านยูโรในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจะมีทั้งการตัดลดเงินบำนาญและเงินเดือน ปรับขึ้นเกณฑ์อายุเกษียณ และการขึ้นภาษี โดยเป็นอีกความพยายามล่าสุดในการปฏิบัติตามเงื่อนไขแลกกับเงินกู้ช่วยเหลืองวดล่าสุดตามข้อตกลงกู้ยืม 240,000 ล้านยูโรจากสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
การลงมติอนุมัติมีขึ้นแม้ส.ส. 7 คนจาก 2 พรรคการเมืองในรัฐบาลผสม 3 พรรคโหวตคัดค้าน ทำให้ทั้งสองพรรคประกาศขับส.ส.ดังกล่าวออกจากพรรคแล้ว นายกรัฐมนตรี แอนโทนิส ซามาราส ยืนยันว่ามาตรการรัดเข็มขัดเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากภาวะล้มละลาย เพราะหากไม่ได้รับเงินกู้งวดใหม่ 31,500 ล้านยูโร อาจทำให้ประเทศขาดเงินหมุนเวียนใน 16 พ.ย.นี้ ขณะที่นายอเล็กซ์ ทซีปราสผู้นำพรรค ซิริซา ที่คัดค้านการกู้เงินและการรัดเข็มขัด เรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลกำลังนำพาประเทศเข้าสู่หายนะ
ขณะที่ด้านนอกรัฐสภา มีผู้ประท้วงราว 80,000 คนชุมนุมคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดนานหลายชั่วโมงตั้งแต่ก่อนการประชุมสภาจะเริ่มขึ้น และผู้ประท้วงส่วนหนึ่งราวหลายร้อยคนได้ขว้างปาก้อนหินและระเบิดเพลิงใส่ตำรวจปราบจลาจล ทำให้ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตา ปืนช็อร์ตไฟฟ้า และรถฉีดน้ำในการสลายฝูงชน นอกจากนี้ยังมีการประท้วงในอีกหลายเมืองใหญ่ทั่วประฟเทศ การเดินขบวนประท้วงเป็นส่วนหนึ่งของการนัดหยุดงานประท้วงของสหภาพแรงงานนาน 48 ชม.ที่สิ้นสุดลงเมื่อวาน
ผู้ประท้วงไม่พอใจกับมาตรการรัดเข็มขัดระลอกใหม่ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 3 ปี เพราะจะยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ยากของพวกเขา หลังต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจถดถอยที่ยืดเยื้อจนใกล้เข้าสู่ปีที่ 6 และอัตราว่างงานสูงถึง 25%