| นายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า การจ้าง งานด้วยการเหมาค่าแรง เป็นวิธีการจ้างแรงงานที่ขยายตัวอย่างกว้างขวางตามภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ
ซึ่งกฎหมายแรงงานในปัจจุบันได้คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานกลุ่มนี้ไว้แล้ว เช่น การจ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สิทธิในวันหยุด วันลา เป็นต้น แต่ยังไม่ครอบคลุมถึงสิทธิประโยชน์อื่น เช่น การปรับค่าจ้างประจำปี การจ่ายโบนัส หรือสวัสดิการอื่นนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้เกิดความแตกต่างในเรื่องสภาพการจ้างระหว่างลูกจ้างเหมาค่าแรงงาน กับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงแรงงานโดย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ยกร่างแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ขึ้นใหม่ โดยยกเลิกมาตรา 5(3) แล้วเพิ่มมาตรา 12/1 กำหนดให้ลูกจ้างเหมาช่วงและเหมาค่าแรง ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ซึ่งขณะนี้ได้นำร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว อย่างไรก็ตามการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต้องใช้เวลาพอสมควรในการดำเนินการ ดังนั้นในระหว่างรอการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ใช้มาตรการเชิงบริหารเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจ้างงานด้วยวิธีการเหมาค่าแรง โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจแรงงานอย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองลูกจ้างที่ถูกว่าจ้างด้วยวิธีเหมาค่าแรงให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายอีกทางหนึ่ง และหากพบเห็นการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรมท่านสามารถร้องเรียนได้ที่สำนักคุ้มครองแรงงาน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2245-7020,0-2246-2938 กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่ ในกรุงเทพมหานคร 10 พื้นที่ ต่างจังหวัดร้องเรียนได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส |