เอ็นจีโอ ชี้มติครม.เงินประกันตัวแรงงานต่างด้าว หวั่นเพิ่มปัญหาแรงงานนอกระบบรุนแรงขึ้น ขณะที่นักสิทธิ แฉรัฐกำลังสร้างระบบทาสยุคใหม่
จากกรณีมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.สุโขทัยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน โดยคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ได้เสนอให้นายจ้าง สถานประกอบการที่ขาดแคลนแรงงานให้นำแรงงานต่างด้าวมามอบตัว โดยจ่ายเงินประกันตัว จำนวน 10,000 บาท สำหรับแรงงานต่างด้าวที่เคย ผ่านการจดทะเบียน ทร. 38/1 ในปี 2547 ที่ไม่ได้ขออนุญาตทำงานในปี 2548 สำหรับแรงงานที่ไม่เคยขึ้นทะเบียนทร. 38/1 นายจ้างต้องจ่ายเงินประกันตัว 5 หมื่นบาท ทั้งนี้จะดำเนินการภายในเดือน มกราคม 2549 ที่จะให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวภายใน 30 วัน
น.ส.ปรานม สมวงศ์ ผู้ประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง กล่าวว่า การกำหนดเงินค่าประกันตัวแรงงานต่างด้าวในอัตราที่สูง จะทำให้แรงงานต่างด้าวเกิดความรู้สึกว่านายจ้างเป็นเจ้าชีวิต แรงงานต่างด้าวจะไม่กล้าที่จะเรียกร้องสิทธิใด หากถูกละเมิด
ทั้งนี้มองว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลอง เนื่องจากจะไม่มีนายจ้างให้ความร่วมมือ เพราะการที่นายจ้างใช้แรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่มีเป้าหมายในการลดต้นทุนการผลิต การที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงเช่นนี้ เชื่อว่าจำนวนมากยอมที่จะเสี่ยงที่จะจ้างอย่างไม่ถูกต้อง หรือยอมจ่ายนอกระบบที่ถูกกว่า จึงถือว่าเป็นมติที่ขาดการยอมรับ
ด้านน.ส.กฤตยา อาชวนิจกุล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เชื่อว่าเงื่อนไขการเรียกเก็บเงินประกันตัวในอัตราที่สูง นายจ้างจำนวนไม่มากที่จะยอมจ่ายเงินประกันตัวแรงงานต่างด้าว เนื่องจากมีวิธีอื่นๆที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามากที่สามารถใช้แรงงานต่างด้าวในกระบวนการที่รู้กันดีในพื้นที่ ที่ผู้นำท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ขณะที่นายสุรพงษ์ กองจันทึก รองประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประกันตัวแรงงานต่างด้าวถือเป็นระบบทาสยุคใหม่ ที่จะไปไหนไม่ได้ โดยต้องอยู่ในที่ที่ระบุในหนังสือประกันตัวที่นายจ้างระบุเท่านั้น ทั้งนี้ การที่รัฐมีนโยบายดังกล่าวจึงจะทำให้การทำงานด้านคุ้มครองสิทธิยากลำบากยิ่งขึ้น
แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ