คมนาคมตั้งสูตรคำนวณค่าจ้างที่ปรึกษา-ค่าก่อสร้างโครงการตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท หวังให้ทุกหน่วยงานใช้เป็นมาตรฐาน
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดทำมาตรฐานราคาค่าจ้างก่อสร้างและค่าจ้างที่ปรึกษาในโครงการตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะต้องตรวจสอบให้ค่าจ้างก่อสร้างและค่าจ้างที่ปรึกษาของทุกหน่วยงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะสรุปชัดเจนภายในวันที่ 21 มิ.ย.นี้
ทั้งนี้ เบื้องต้นค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน ค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ และค่าจ้างที่ปรึกษาตรวจรับระบบ สำหรับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงรวมกันทั้งหมดจะไม่เกิน 2% ส่วนค่าจ้างที่ปรึกษาสำหรับโครงการรถไฟฟ้าไม่เกิน 4% ค่าจ้างที่ปรึกษาสำหรับงานก่อสร้างถนนไม่เกิน 3.5% ค่าจ้างที่ปรึกษาสำหรับงานก่อสร้างท่าเรือไม่เกิน 3% และค่าจ้างที่ปรึกษาสำหรับงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งไม่เกิน 1.7%
สาเหตุที่ค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการรถไฟฟ้าสูงถึง 4% เพราะเป็นงานก่อสร้างที่มีความเสี่ยงเนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอยู่ในเขตเมืองมีการจราจรแออัด ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูง มีพื้นที่ก่อสร้างในต่างจังหวัด ส่วนหลักเกณฑ์ในการคำนวณสูตรดังกล่าว ได้ใช้วิธีการเทียบเคียงกับค่าจ้างที่ปรึกษาที่เคยได้รับอนุมัติมาก่อนหน้า
สำหรับค่าจ้างก่อสร้างนั้น จะพิจารณาความเหมาะสมจากต้นทุนก่อสร้างต่อหน่วย และเทียบเคียงลักษณะงานที่ใกล้เคียงกันต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น ค่าจ้างก่อสร้างงานถนนของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จะต้องใกล้เคียงกัน หากต่างกันต้องชี้แจงได้ว่าเป็นเพราะอะไร เบื้องต้นพบว่าค่าจ้างก่อสร้างต่างกันบ้าง และต้องปรับราคา เนื่องจากบางโครงการคิดค่าเงินเพ้อเผื่อไว้ ขณะที่บางโครงการคิดค่าก่อสร้างไว้เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ราคาไม่สอดคล้องกัน
"สภาพความพร้อมของแต่ละโครงการแตกต่างกัน บางโครงการออกแบบรายละเอียดไว้แล้ว ค่าก่อสร้างก็จะใกล้เคียงความเป็นจริง ขณะที่บางโครงการยังไม่ได้ออกแบบ วงเงินที่กำหนดมาจากประมาณการณ์ โดยราคาที่กระทรวงคมนาคมจะปรับปรุงและเสนอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ จะเป็นกรอบวงเงินของรายโครงการ โดยยืนยันว่าการดำเนินโครงการตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะไม่เกินเงินงบประมาณที่ขอกู้"นายจุฬา กล่าว
ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวอีกว่า ขั้นตอนในการดำเนินโครงการตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะเสนอเป็นกรอบวงเงินโครงการไว้ก่อน เมื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการจะดำเนินงานก่อสร้างก็ต้องเสนอเรื่องให้ครม.พิจารณาอนุมัติ ซึ่งจะต้องทบทวนวงเงินค่าก่อสร้างอีกครั้ง ซึ่งอาจมีทั้งการปรับลดและเพิ่ม ส่วนใหญ่ไม่เพิ่ม เพราะจะกระทบต่อภาพรวมของการดำเนินโครงการตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ต้องจัดสรรงบในส่วนอื่นเพื่อไม่ให้การดำเนินโครงการต่างๆเกินกรอบวงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท
ที่มา : bangkokbiznews.com