14 พ.ค. 56 - ประธานสมาคมสิ่งทอบังกลาเทศเปิดเผยว่า เจ้าของโรงงานประกาศปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย หลังจากคนงานเริ่มก่อเหตุรุนแรง ส่วนรัฐบาลเตรียมอนุญาตให้คนงานจัดตั้งสหภาพแรงงานได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากนายจ้าง ท่ามกลางแรงกดดันที่ต้องการให้มีการปรับปรุงกฎหมายด้านสภาพการทำงาน
หน่วยกู้ภัยของบังกลาเทศประกาศยุติการค้นหาผู้รอดชีวิตจากใต้ซากอาคารรานา พลาซา ที่เมืองซาวาร์ ชานกรุงธากา ที่พังถล่มเมื่อวันที่ 24 เม.ย. หลังใช้เวลาทั้งสิ้น 20 วัน ในการขุดค้นหาผู้ที่อาจรอดชีวิตจากใต้ซากอาคาร 8 ชั้น ทั้งนี้ กองทัพบังกลาเทศเตรียมส่งมอบภารกิจต่อให้แก่ทางการท้องถิ่นในวันนี้ (14 พ.ค.) ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตศพสุดท้ายได้ถูกนำขึ้นมาจากใต้ซากเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ยอดจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 1,127 ราย
โดยเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการค้นหา หน่วยกู้ภัยได้ยกเอาแผ่นซีเมนต์ขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ฐานรากของอาคารออกมา ทหารที่ถูกระดมกำลังมาช่วยรื้อถอนสิ่งปรักหักพังได้รับคำสั่งให้กลับสู่กรมกอง เช่นเดียวกับเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ที่ช่วยในการรื้อถอนหรือเคลื่อนย้าย ได้เคลื่อนออกไปจากบริเวณที่เกิดเหตุและมีการสร้างรั้วไม้ไผ่ล้อมรอบ พร้อมปักธงแดงไว้เป็นสัญลักษณ์ว่าห้ามเข้าไปในบริเวณดังกล่าว
นายโมฮัมหมัด อาติกูล อิสลาม ประธานสมาคมผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าบังกลาเทศ เปิดเผยว่า เจ้าของโรงงานหลายแห่งตัดสินใจปิดโรงงานเพื่อความปลอดภัย หลังจากคนงานก่อเหตุรุนแรงแทบทุกวันหลังเกิดเหตุตึกถล่ม โดยคนงานกว่าร้อยละ 80 ในเขตอาชูเลีย ก่อเหตุนัดหยุดงานเพื่อเรียกร้องขึ้นค่าจ้าง และเรียกร้องให้มีการประหารชีวิตเจ้าของอาคารรานา พลาซา
คนงานหลายหมื่นคนออกเดินประท้วงไปตามท้องถนน ทุบทำลายยานพาหนะและร้านค้าต่างๆ ก่อนที่จะถูกตำรวจจับกุมตัว ขณะที่รัฐบาลเห็นชอบอนุญาตให้คนงานจัดตั้งสหภาพแรงงานได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากนายจ้าง ที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายแรงงานฉบับปี 2006 นอกจากนั้น รัฐบาลยังตั้งคณะกรรมการเพื่อเป็นตัวแทนของสหภาพแรงงานและคนงาน เพื่อพิจารณาการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
ด้านบริษัทค้าปลีกเสื้อผ้ารายใหญ่ของโลก 4 แห่ง อาทิ เอชแอนด์เอ็ม, ซีแอนด์เอ, ไพรมาร์ค และซารา เปิดเผยวานนี้ว่า จะให้การสนับสนุนข้อตกลงด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการ ที่มีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือไอแอลโอเป็นแกนนำ ที่อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งจะเพิ่มการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร การซ่อมแซมพื้นที่ และการยุติการทำธุรกิจกับบริษัทที่ปฏิเสธการปรับปรุงสภาพการทำงาน