|
แม้กระทั่ง"ซานตาคลอส"ก็ยังพึ่งอุตสาหกรรมจีน ผลิตสินค้าฉลองเทศกาลคริสต์มาสถึง 70% ของโลก
|
| ตามตำนานบอกกันว่า ซานตาคลอส นั้นพำนักอาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ โดยมีบรรดาเอลฟ์ (แบบที่ตัวแคระและต้องทำงานใช้แรงงานในหนังสือชุดแฮรี พอตเตอร์ มากกว่าแบบที่รูปร่างสง่างามดุจเทพในหนังสือชุด ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง) เป็นลูกมือคอยทำข้าวของต่างๆ สำหรับเทศกาลคริสต์มาส แล้วก็มีฝูงกวางเรนเดียร์ ซึ่งตัวผู้นำชื่อ รูดอล์ฟ จมูกแดง เป็นกำลังในการลากเลื่อนพาซานตาไปแจกของขวัญยังบ้านเด็กๆ ทั่วโลก เวลานี้ ซานตา ตลอดจนกวางเรนเดียร์ อาจจะยังพำนักอยู่ที่ขั้วโลก แต่สำหรับบรรดาเอลฟ์ ได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาอยู่ตามเมืองน้อยและชนบททางภาคใต้และภาคตะวันออกของจีนเรียบร้อยแล้ว! ข้าวของประดับตกแต่ง ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องใช้ประกอบอื่นๆ สำหรับเทศกาลคริสต์มาสในโลก ขณะนี้มีถึง 70% ทีเดียวซึ่งต้นตอแหล่งผลิตอยู่ในแผ่นดินใหญ่แดนมังกร ที่ประกาศตัวอย่างเป็นทางการว่าไม่นับถือศาสนาไม่เชื่อถือในพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับตกแต่งอันแวววับ, ช่อมิสเทิลโท, ชุดซานตาคลอส, และต้นคริสต์มาสประดิษฐ์ทุกเฉดสีทุกขนาด ต่างพรูพรั่งหลั่งไหลออกมาด้วยฝีมือของคนงานโรงงานนับหมื่นนับแสน ในมณฑลกว่างตง(กวางตุ้ง), เจ๋อเจียง, และเจียงซู ตามตัวเลขที่เผยแพร่โดยสำนักงานใหญ่ศุลกากรของทางการจีน เฉพาะกว่างตงมณฑลเดียว ก็ส่งออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับคริสต์มาสเป็นมูลค่ากว่า 620 ล้านดอลลาร์ในปี 2004 เมื่อรวมทั่วประเทศ ตัวเลขก็จะสูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ กระทั่งทำเนียบขาวเวลานี้ก็ยังเฉลิมฉลองคริสต์มาสที่ "เมด อิน ไชน่า" ในปี 2003 ต้นสนคริสต์มาสซึ่งใช้ตกแต่งทำเนียบที่พักของประธานาธิบดีสหรัฐฯแห่งนี้ มีอยู่ 7 ต้นที่ผลิตออกจากโรงงานในประเทศจีน อันที่จริงต้นไม้คริสต์มาสประดิษฐ์ถึงกว่าสองในสามของโลก ผลิตออกมาจากเมืองเซินเจิ้นของจีนเมืองเดียวด้วยซ้ำ ในยามที่ปุยหิมะหนาวเย็นของเหมันตฤดูย่างกรายเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสตสมภพ เอลฟ์ชาวจีนของซานตาก็ค่อยมีระยะเวลาเงียบสงบกันบ้าง หลังจากต้องทำงานเหน็ดเหนื่อยในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปี "ระยะที่ถือว่ายุ่งจริงๆ ของเราคือจากกุมภาพันธ์ถึงตุลาคม" เป็นคำบอกเล่าของ หลี่เหอ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขายแห่งบริษัทอี้อู่ เฟสติวัล กิฟส์ คอมปานี บริษัทแห่งนี้ทำยอดขายได้ปีละกว่า 12 ล้านดอลลาร์ ว่าจ้างคนงาน 800 - 1,000 คน โดยผลิตภัณฑ์ถึง 90% ส่งออกไปยังสหรัฐฯ, รัสเซีย, และชิลี ทั้งนี้บริษัทชำนาญเป็นพิเศษในการผลิตตุ๊กตาสำหรับแขวน, ต้นไม้, และของขวัญคริสต์มาส เมืองอี้อู่ ซึ่งบริษัทแห่งนี้ตั้งอยู่ เป็นเมืองในภาคกลางของมณฑลเจ๋อเจียง และเวลานี้กลายเป็นหนึ่งในบรรดาศูนย์กลางระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมเทศกาลคริสต์มาส ตลาดฟู่เถียนอันมหึมายิ่งของเมืองนี้ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึงกว่า 3.7 ล้านตารางฟุต คือแหล่งใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเครื่องกระจุ๊กกระจิ๊กเบ็ดเตล็ดของโลก ปีที่แล้ว อี้อู่สามารถทำยอดขายได้รวม 2,500 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการส่งออก 1,500 ล้านดอลลาร์ เหมือนกับที่อื่นๆ จำนวนมากในประเทศจีน เมืองนี้มีแรงงานราคาถูกอย่างอุดมสมบูรณ์ สองในสามของชาวนา 316,000 คนในเขตชนบทรอบๆ อี้อู่ ได้ผละออกจากที่ดินและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในมหาเครื่องจักรส่งออกของเมืองไปแล้ว นอกจากนั้นยังมีแรงงานอพยพ 400,000 คนจากมณฑลอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีกด้วย ชาวนา-คนงานของอี้อู่ ไม่ใช่เป็นพวกเดียวหรอกที่ต้องขอบคุณเทศกาลคริสตสมภพ ตามรายงานของซินหัว ซึ่งเป็นสำนักข่าวของทางการจีน มีชาวนากว่า 7,000 คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเสี่ยวกวนจวง มณฑลเจียงซู ซึ่งรวมหมู่กันผลิตข้าวของตกแต่งช่วงคริสต์มาสถึงราว 100 ล้านชิ้นเพื่อส่งออกในปี 2004 และทำรายรับได้เกือบ 48.3 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันเมืองน้อยแห่งนี้มีธุรกิจขนาดใหญ่ 45 แห่ง และเวิร์กช็อปทำขั้นตอนต่างๆ มากกว่า 400 แห่ง เพื่อผลิตรูปเทวทูต, ต้นไม้, และกวางเรนเดียร์ พวกโรงงานทำผลิตภัณฑ์คริสต์มาสในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง จำนวนมากทีเดียวมีเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษและภาษาสเปนของตนเอง และบางแห่งกำลังเริ่มขยายสาขาเข้าไปสู่การทำผลิตภัณฑ์สำหรับเทศกาลอื่นๆ ด้วย อาทิ ฮัลโลวีน ทว่าการแข่งขันก็เป็นไปอย่างดุเดือด "เราเริ่มรู้สึกถึงความร้อนแรงบ้างแล้วใน 2 ปีหลังมานี้ เพราะมีโรงงานเล็กๆ จำนวนมากเหลือเกินซึ่งมาตั้งช็อปในเมืองของเรา ผลักดันให้ราคาลดต่ำลง" อีดิธ เหยียน เล่า เธอเป็นผู้แทนฝ่ายขายของบริษัท เดโคอาร์ต ดีไซน์ แอนด์ แมนูแฟกเจอริง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฮุ่ยโจว มณฑลกว่างตง การขาดแคลนแรงงานในย่านสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงเมื่อเร็วๆ นี้ ยังเป็นปัจจัยทำให้ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้นด้วย ทั้งนครกว่างโจว เมืองหลวงของกว่างตง และเมืองเซินเจิ้น ล้วนแต่ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในเขตเมืองของตนถึงประมาณหนึ่งในสามในปีนี้ กลายเป็นเดือนละ 83 ดอลลาร์ ยิ่งเมื่อบวกกับราคาที่เพิ่มสูงของวัตถุดิบอย่างเช่นพลาสติก อัตราผลกำไรจึงกำลังอยู่ในอาการย่ำแย่ ตัวอย่างเช่น ในตลาดฟู่เถียนของเมืองอี้อู่ ต้นไม้ประดิษฐ์ขนาดสูง 6 ฟุต ตั้งราคากันไม่ถึงต้นละ 4 ดอลลาร์ ของตกแต่งระยิบระยับชุดละ 6 ชิ้นมีต้นทุนในการผลิตประมาณ 25 เซนต์ แต่ขายกันเพียงแค่ 36 เซนต์ ความวิตกในเรื่องคุณภาพของสินค้าและสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ยังกำลังเริ่มเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกจากแดนมังกรไปยังยุโรป ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว ยอดส่งออกผลิตภัณฑ์คริสต์มาสของมณฑลกว่างตงจริงๆ แล้วตกลงมาราว 19.6% ในปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับปี 2003 สำหรับทั่วประเทศจีนโดยรวม ยอดส่งออกลดลงมา 14.7% กระนั้นก็ตาม เหยียนบอกว่าบริษัทใหญ่ๆ อย่าง เดโคอาร์ต สามารถต่อสู้ฝ่าพายุได้ค่อนข้างง่ายกว่า ด้วยยอดขายปีละกว่า 10 ล้านดอลลาร์ ฐานลูกค้าของเดโคอาร์ตจึงยังมีเสถียรภาพ แต่เธอก็ยอมรับว่าบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอเพื่อรักษาความได้เปรียบเอาไว้ ตามรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ของ กลอบัลซอร์เซสดอตคอม เว็บไซต์ให้ข้อมูลต้นแหล่งซึ่งเชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องจีน ปรากฏว่าซัปพลายเออร์ผลิตภัณฑ์ไฟคริสต์มาสมากกว่า 1,000 รายในจีน กำลังเสนอขายสินค้าซึ่ง "มีการออกแบบอันโดดเด่นในสีสันและสไตล์ที่หลายหลาก อีกทั้งสามารถให้แสงด้วยลักษณะความถี่แตกต่างกันเป็นอันมาก ทั้งนี้เพื่อให้ยังคงสามารถแข่งขันได้ท่ามกลางสงครามตัดราคาอันเข้มข้น" สินค้าพวกเลเซอร์คริสตัล และโฮโลแกรม ก็กำลังถูกกดดันให้ต้องสามารถใช้งานได้อย่างแปลกใหม่ยิ่งไปกว่าเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ขณะที่การส่งออกอาจจะกำลังเชื่องช้าลง ดีมานด์ภายในประเทศก็กลับกำลังทวีขึ้น ตามคำบอกเล่าของเหยียน ข้าวของตกแต่งเทศกาลคริสต์มาสของเดโคอาร์ตเวลานี้ขายกันภายในแดนมังกรเองประมาณ 2% พรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้นเคยประกาศห้ามการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสตสมภพในที่สาธารณะเมื่อปี 1993 แต่ในทุกวันนี้ ถึงแม้ยังคงถูกวินิจฉัยว่าเป็นพาหะไปสู่มลพิษทางอุดมการณ์อันร้ายแรง ทว่าคริสต์มาสก็ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำหรับส่งเสริมการใช้จ่ายของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน ดังนั้น ตามโรงแรม ภัตตาคารร้านอาหาร และหน้าต่างร้านรวงตามเมืองใหญ่นำสมัยทั่วประเทศจีน จึงต่างประดับประดาด้วยหรีดและต้นคริสต์มาสระยิบระยับ พนักงานขายในซูเปอร์มาร์เกต ซึ่งปกติหน้าตาบูดบึ้ง ก็เปลี่ยนโฉมเป็นผู้ช่วยของซานตาในชุดแดง-ขาวเซ็กซี่ หลี่แห่งอี้อู่ เฟสติวัล กิฟส์ บอกว่า ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองอี้อู่คงยากที่จะบอกได้ว่าคริสต์มาสคืออะไร ทว่าพวกเด็กวัยรุ่นเวลานี้เฉลิมฉลองเทศกาลนี้กันอย่างสนุกสนาน ทั้งด้วยการประดับตกแต่งบ้านของตัวเอง และให้ของขวัญกันและกัน กระนั้นก็ดี สำหรับ "เอลฟ์" ใช้แรงงานจำนวนมากในโรงงานต่างๆ ทางภาคใต้และภาคตะวันออกของจีนแล้ว ซานตาคลอสยังคงเป็นต่างด้าวพำนักในที่ไกลโพ้นอย่างขั้วโลกเหนืออยู่นั่นเอง เมื่อถูกถามว่าบริษัทบอกอะไรบ้างแก่คนงาน เกี่ยวกับเทศกาลซึ่งพวกเขาใช้เวลาในแต่ละวันแต่ละปีผลิตข้าวของออกมาเยอะแยะเช่นนี้ คำตอบของเหยียนก็คือ "คริสต์มาสไม่ใช่เป็นเทศกาลใหญ่ตามประเพณีของที่นี่ และเราก็ไม่ได้ฉลองเทศกาลนี้ คนงานของเราส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยกลางคน ซึ่งไม่จำเป็นต้องรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก"
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|