| ก.แรงงาน ประเมินอัตราว่างงานเฉลี่ยทั้งปี 2549 ไม่เกินร้อยละ 2 ชี้ แรงงานอาชีวะประเภทช่างฝีมือขาดแคลนกว่าแสนคน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย ยานยนต์ เหล็กและเหล็กกล้า ส่วนอาชีพช่างทอง หวั่นเลิกจ้างสูง เพราะราคาทองพุ่งสูงขึ้นมาก นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์แรงงานไทยปี 2549 ว่า ภาวะการว่างงานยังคงมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา คาดว่า อัตราการว่างงานเฉลี่ยทั้งปี 2549 จะไม่เกินร้อยละ 2 เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศซึ่งดูได้จากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น และยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออก การลงทุนภาครัฐและเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การท่องเที่ยวและภาคบริการปรับตัวดีขึ้น ภาคเกษตรขยายตัว และราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อาจมีผลให้อัตราการว่างงานปี 2549 สูงกว่าร้อยละ 2 เพราะราคาน้ำมันจะมีผลต่อการส่งออกและการจ้างงาน นอกจากนี้ ปัญหาไข้หวัดนก และปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็นปัจจัยกระทบการลงทุนจากต่างประเทศและการจ้างงานให้ลดน้อยลง สำหรับกลุ่มงานที่ยังต้องการแรงงานจำนวนมาก และมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นในปี 2549 คือ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย ยานยนต์ เหล็กและเหล็กกล้า ส่วนอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มต้องการแรงงานลดลง คือ อุตสาหกรรมสิ่งทอ รองเท้าและเครื่องหนัง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ โดยแรงงานในกลุ่มอาชีวะขาดแคลนมาก ตลาดแรงงานมีความต้องการสูงเกือบ 100,000 คน แต่ค่านิยมคนไทยเปลี่ยนไป ชอบให้ลูกหลานเรียนในระดับปริญญา หรือค้าขายอิสระ ไม่ต้องการทำงานที่เปื้อน อย่างไรก็ตาม นโยบายการเพิ่มค่าจ้างให้แรงงานฝีมือช่างโดยแบ่งเป็นระดับที่ต่างกันจะแก้ปัญหาให้มีผู้ต้องการเข้าสู่สายอาชีพด้านช่างฝีมือมากขึ้น นายจุฑาธวัช กล่าวอีกว่า กลุ่มอาชีพที่น่าห่วงว่าจะมีการเลิกจ้างเพิ่มขึ้นในปี 2549 คือ ช่างฝีมือประเภทผลิตภัณฑ์สวยงาม ราคาแพง เช่น ช่างทอง เพราะปัจจุบันราคาทองสูงขึ้นมาก ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อน้อยลง จะทำให้ช่างทองมีงานทำน้อยลง ซึ่งการแก้ปัญหานี้จะต้องนำงานฝีมือเหล่านี้ไปสู่การผลิตสินค้าโอทอปมากขึ้นแทน “แรงงานไทยรุ่นใหม่ที่เพิ่มจบปัจจุบัน ต้องเข้าส่งเสริมการฝึกอาชีพที่เข้มข้นมากขึ้น พยายามให้เกิดการทำงานตั้งแต่ยังเรียน เพื่อปรับทัศนคติและเตรียมความพร้อมก่อนทำงานจริง ทำให้มีรายได้ด้วย เพราะพบว่า แรงงานไทยรุ่นใหม่ มักมีลักษณะหนักไม่เอา เบาไม่สู้ ซึ่งเป็นอีกปัญหาของตลาดแรงงานไทย” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|