สศอ.ดันเอสเอ็มอีอุตฯแฟชั่นลงทุนเพื่อนบ้าน หวังใช้สิทธิจีเอสพีหลังไทยโดนตัด : SIAMHRM.COM

สศอ.ดันเอสเอ็มอีอุตฯแฟชั่นลงทุนเพื่อนบ้าน หวังใช้สิทธิจีเอสพีหลังไทยโดนตัด


นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการย้ายฐานการผลิตให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประเภทอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า อัญมณีและเครื่องประดับ ไปยังประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากการปรับ ขึ้นค่าแรงงานเป็นวันละ 300 บาท ทำให้กำไรลดลงมาก

โดยโครงสร้างต้นทุนและกำไรต่อยอดขายของสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจะลดลงเหลือเพียง 1.9% จากเดิมอยู่ที่ 6.8% และยัง

สามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ของประเทศเพื่อนบ้านหลังจากไทยถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้

ทั้งนี้หากผลการศึกษาแล้วเสร็จ สศอ.จะนำมาเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใช้ในการตัดสินใจอย่างมี ประสิทธิภาพ ก่อนเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น รูปแบบทางเลือกที่เหมาะสมรูปแบบการลงทุน รวมถึงการร่วมทุนหาพันธมิตรพร้อมคู่มือแนวปฏิบัติซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมแฟชั่นขนาดใหญ่หลายราย ได้ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

นอกจากนี้ในปี 2557 สศอ.จะผลักดันโครงการต่างๆ ภายใต้งบประมาณ 21 ล้านบาทเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรม แฟชั่นเช่น โครงการพัฒนาการรวมกลุ่มเครือข่ายอุตสาหกรรมแฟชั่นและรูปแบบการเชื่อมโยง เชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจร ซึ่งจะทำให้เกิดรูปแบบการเชื่อมโยงเครือข่ายรูปแบบใหม่ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ครบวงจรให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ที่จะครอบคลุมทั้งเสื้อผ้า เครื่องหนังรองเท้า และเครื่องประดับ รวมทั้งจะดำเนินโครงการศูนย์สารสนเทศอัจฉริยะอุตสาหกรรมแฟชั่น โดยจะทำให้ผู้ประกอบการมีแหล่งข้อมูลเชิงลึกที่สมบูรณ์ นำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ วางแผน และกำหนดกลยุทธ์ให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุตสาหกรรมแฟชั่น ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, รองเท้าและเครื่องหนัง,อัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งทั้ง 3 สาขาอุตสาหกรรมนี้ มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เกิดการจ้างงานถึง 2.2 ล้านคน โดยแต่ละอุตสาหกรรมแฟชั่น สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศคิดเป็นมูลค่าการส่งออกไม่ต่ำกว่า 600,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 10% ของมูลค่าการส่งออกของสินค้าอุตสาหกรรมทั้งหมด แบ่งเป็นมูลค่าจากการส่งออกผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มประมาณ 216,000 ล้านบาทผลิตภัณฑ์รองเท้าและเครื่องหนังประมาณ 48,000 ล้านบาทอัญมณีและเครื่องประดับประมาณ 390,000 ล้านบาทนายสมชาย กล่าว

อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอด้วยเส้นใยต้น แบบ และการออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอทางเทคนิค ซึ่งจะเป็นการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้งทาง การเกษตร และสร้างความหลากหลายให้วัสดุเส้นใย เพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์สิ่งทอในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกิดความเชื่อมโยงและบูรณาการการทำงานระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาค การเกษตรอย่างใกล้ชิดทั้งนี้จะนำมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร จากการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้อย่างครบวงจร

(แนวหน้า, 7-12-2556)


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM