เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ว่า ขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) และกรมบัญชีกลาง กำลังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด แนวทางการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณา โดยหลักการเบื้องต้นจะเสนอเป็นทางเลือก คือ การปรับขึ้นเงินเดือนทั้งระบบ หรืออีกแนวทาง ปรับขึ้นเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีเงินเดือนไม่เกิน 9,000 บาท
นอกจากนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังได้มอบนโยบายให้ดูแลประชาชนที่มีรายได้น้อยควบคู่กันไปด้วย ซึ่งกระทรวงการคลังได้มีการพิจารณาเรื่องภาษีคนจน โดยทั้งหมดจะต้องนำเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง
มีรายงานเพิ่มเติม จากข้อมูลกรมบัญชีกลางพบว่า ปัจจุบันมีข้าราชการประมาณ 1.77 ล้านคน ลูกจ้างประจำ 1.5 แสนคน ซึ่งปีงบประมาณ 2557 มีค่าใช้จ่ายเงินเดือนค่าจ้างประมาณ 6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเงินเดือนข้าราชการ 5.2 แสนล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 4.34 หมื่นล้านบาท, ค่าจ้างประจำ 3.24 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 2.7 พันล้านบาท, ค่าจ้างชั่วคราว 600 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 50 ล้านบาท และค่าตอบแทน (พนักงานราชการ) 2.76 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 2.3 พันล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2558 มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 6.3 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ หากมีการปรับขึ้นเงินเดือนทั้งระบบในอัตรา 8% จะเป็นภาระงบประมาณเพิ่มอีกจำนวน 4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีภาระผูกพันกรณีข้าราชการเกษียณอายุ ซึ่งต้องจ่ายบำนาญตามอัตราเงินที่ปรับขึ้นอีกด้วย ดังนั้น จึงมีการพิจารณาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการปรับขึ้นเงินเดือนเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อย พร้อมมีการกำหนดกลุ่มข้าราชการชั้นผู้น้อยว่ามีกลุ่มใดเข้าข่ายปรับขึ้นเงินเดือน ส่วนกรณีข้าราชการบำนาญนั้น ที่ผ่านมาได้มีการปรับขึ้นให้ผู้ได้รับบำนาญต่ำกว่า 9 พันบาท มาเป็น 9 พันบาทแล้ว
ส่วนการจ่ายเงินภาษีให้คนจน ขณะนี้มีรายงานว่าทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลังอยู่ระหว่างการศึกษา โดยจะปรับแก้จากผู้มีรายได้เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี ต้องยื่นแบบภาษี เป็นผู้มีรายได้ตั้งแต่ 1 บาทแรก ต้องยื่นแบบเสียภาษี เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยอายุตั้งแต่ 15 -60 ปี มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี ได้ใช้สิทธิได้รับโอนเงินจากรัฐ 20% ของรายได้ที่ได้รับ อาทิ ผู้มีรายได้ 1 หมื่นบาทต่อปี ได้โอนเงินภาษี 2 พันบาท, รายได้ 2 หมื่นบาทต่อปีได้โอนเงินภาษี 4 พันบาท, รายได้ 3 หมื่นบาทต่อปีได้โอนเงินภาษี 6 พันบาท คาดมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 18 ล้านคน หรือ 27.5% ของประชากรทั้งหมด
(ไทยรัฐ, 21-8-2557)