คนงานรวมตัวร้องศูนย์ดำรงธรรมโวยผู้รับเหมาเบี้ยวค่าแรง
เมื่อวันที่ 11 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ มีคนงานก่อสร้างจำนวน 25 คน นำโดยนายบุญเพ็ง พลศักดิ์ อายุ 50 ปี ได้เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากทำงานมากว่าครึ่งเดือน ไม่ได้รับเงินค่าแรง โดยมี นายสุริยา บุตรจินดา ป้องกันจังหวัดศรีสะเกษ และนางรังสินี บุญทน นิติกรชำนาญการ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมได้เรียกผู้รับเหมามาเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน
นายบุญเพ็ง พลศักดิ์ กล่าวว่า พวกตนทำงานก่อสร้างที่บ้าน อยู่ที่ถนนเทพา ต.เมืองเหนือ ซึ่งเป็นบริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัด มีนายธนราช อินทร์ขำ อายุ 39 ปี เป็นผู้รับเหมา โดยตกลงกันจ่ายเงิน 15 วันต่อครั้ง พวกตนทำงานมาตั้งแต่เดือน ส.ค.57 ผู้รับเหมาจ่ายมาครั้งละหมื่นกว่าบาท แบ่งเฉลี่ยจ่ายกันให้ครบทุกคน ได้คนละไม่กี่บาท ไม่พอใช้จ่าย และพวกตนไม่ได้รับเงินมาตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม 2557 รวมเป็นเงิน 48,740 บาท วันนี้ได้รับการนัดหมายว่า ให้มารับเงิน พวกตนก็ไม่มาทำงาน แต่มาเพื่อรับเงินอย่างเดียว จนกระทั่งบ่ายสามโมงก็ยังไม่ได้รับ จึงพากันเดินข้ามถนนเข้ามาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม
นายบุญเพ็ง กล่าวต่อไปว่า วันนี้ พวกตนขอรับเงินที่เหลือ และยืนยันจะไม่กลับมาทำงานอีก โดยเงินที่เหลือถ้าจ่ายในวันนี้ ทางผู้รับเหมาจะหักไปเท่าไหร่ก็ยอมให้หัก แต่ถ้าไม่จ่ายวันนี้ก็ขอให้นัดวันมาว่าจะจ่ายวันไหน แต่ถ้าเลยวันนี้ไปจะต้องได้รับเต็มจำนวน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เรียกนายธนราช ผู้รับเหมาให้มาเจรจาไกล่เกลี่ย ว่าจะจ่ายให้คนงานได้ในวันนี้เท่าไหร่ เพื่อให้คนงานมีเงินไปใช้จ่ายบ้าง และจะได้กลับมาทำงานต่อ แต่ทางคนงานยืนยันจะไม่กลับมาทำงานอีก เนื่องจากมีปัญหากินแหนงแคลงใจกันแล้วจึงไม่สามารถจะกลับมาทำงานร่วมกันได้อีก การเจรจาไม่เป็นที่ตกลงกัน
นายธนราช อินทร์ขำ กล่าวว่า ที่ผ่านมาช่างและคนงานทำงานไม่ได้ตามเป้าหมาย คืองานไม่เสร็จตรงตามกำหนดเวลา ตนส่งงานไม่ได้ จึงไม่ได้รับเงินจากผู้ว่าจ้าง ก็ไม่มีเงินมาจ่ายคนงาน ถ้ายืนยันจะขอรับเงินในวันนี้ตนก็ไม่มีจ่าย ขอนัดเป็นวันที่ 1 ต.ค.57 โดยจะนำมาจ่ายให้ทั้งหมดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ส่วนช่าง และคนงานจะไม่ยอมกลับมาทำงานก็ไม่เป็นไร ตนจะไปหาช่างรายใหม่มาทำงานแทน ซึ่งคาดว่าจะเสร็จทันภายในวันที่ 28 ก.ย.นี้ และก็จะได้รับเงินมาจ่ายให้ตามนัด จึงได้ทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่คนทั้งหมดจะแยกย้ายกันกลับไป
(ไทยรัฐ, 12-9-2557)