5 ธ.ค. 2014 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมว่า เงินค่าจ้างในประเทศพัฒนาแล้วอยู่ในระดับคงที่หรือแม้กระทั่งลดลงด้วยซ้ำในบางแห่ง เป็นการฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตการเงินและเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดเงินเฟ้อด้วย
ไอแอลโอระบุว่า การเก็บภาษีและการเข้าแทรกแซงด้านสวัสดิการไม่เพียงพอที่จะจัดการกับปัญหาความไม่เท่าเทียมกัน และเรียกร้องให้รัฐบาลของชาติต่างๆ ใช้มาตรการกำหนดหรือเพิ่มอัตราค่าแรงขั้นต่ำและสร้างความเข้มแข็งในด้านความร่วมมือต่อรองผลประโยชน์ตอบแทนสำหรับภาคแรงงาน
ในรายงานแนวโน้มด้านการจ้างงานโลกรอบครึ่งปี ไอแอลโอระบุว่า ค่าแรงในเขตเศรษฐกิจพัฒนาแล้วเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 0.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้วและเพิ่มขึ้น 0.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อปี 2555 ลดลงจากราว 1.0 เปอร์เซ็นต์ก่อนหน้าวิกฤตการเงินโลก
ขณะเดียวกัน อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าแรงที่เข้มแข็งในเอเชียช่วยผลักดันให้ค่าแรงเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2.0 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556 และ 2.2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2555 ทว่ายังน้อยว่า 3.0 เปอร์เซ็นต์เมื่อช่วงก่อนหน้าวิกฤตการเงิน ขณะที่ในกรีซ ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น สเปน และอังกฤษ อัตราค่าจ้างในปี 2556 ลดลงจากระดับเมื่อปี 2550 ด้วยซ้ำ
แซนดรา โพลันสกี้ รองผู้อำนวยการไอแอลโอบอกว่า สิ่งนี้ส่งผลต่อผลงานของเศรษฐกิจโดยรวม นำไปสู่ความซบเซาของอุปสงค์ในครัวเรือนในเขตเศรษฐกิจเหล่านี้และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดเงินเฟ้อ