นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงอย่างมากนั้น รัฐบาลควรจะควบคุมดูแลราคาสินค้าอุปโภค บริโภค และค่าบริการต่างๆ ให้มีความเป็นธรรม โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ควรจะลดค่าไฟฟ้าอัตโนมัติผันแปร (เอฟที) ลงอีกประมาณ 20 สตางค์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้มาก รวมทั้งควรจะปรับลดค่าขนส่งและค่าโดยสารลงอย่างน้อย 15-20% เพื่อให้สอดคล้องกับราคา น้ำมันที่ลดลง 50% เพื่อบรรเทาภาระรายจ่ายให้กับประชาชน
"ตามกระแสข่าวที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังคงาน (กกพ.) จะลดค่าเอฟทีเพียง 5-10 สตางค์ หรือคิดเป็น 3% และค่าโดยสารที่คาดว่าจะลดเพียง 2 สตางค์ต่อกิโลเมตร มองว่าเป็นอัตราที่ต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันที่ลดลงถึง 50% ซึ่งรัฐบาลควรจะเข้าไปดูแลการปรับลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้มีวามเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" นาย สุพันธุ์กล่าว
นายสุพันธุ์กล่าวว่า สำหรับนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนดำเนินการช้าเกินไป ทำให้ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นจำนวนมากและไม่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ทำให้ต้องชะลอการลงทุนออกไปจนกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษจะมีความชัดเจน ซึ่งมองว่าควรจะตั้งให้ได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 2558 โดยภาพรวมของการ ส่งออกในปี 2558 มองว่าน่าจะขยายตัว 3.5-4% ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐตั้งไว้ที่ 4% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยง สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนพฤศจิกายน 2557 อยู่ที่ระดับ 89.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 87.5 ในเดือนตุลาคม ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 106.1 เพิ่มขึ้นจาก 105.6 ในเดือน ตุลาคม
(มติชน, 25-12-2557)