คาดเอฟทีเอกระตุ้นยอดส่งออกเครื่องนุ่งห่ม-สิ่งทอไทยปีนี้ขยายตัวร้อยละ 12 : SIAMHRM.COM

คาดเอฟทีเอกระตุ้นยอดส่งออกเครื่องนุ่งห่ม-สิ่งทอไทยปีนี้ขยายตัวร้อยละ 12




สถาบันสิ่งทอ คาดมูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่ม-สิ่งทอปีนี้จะขยายตัวร้อยละ 12 จากข้อตกลงเอฟทีเอ และสหรัฐฯ ใช้มาตรการเซฟการ์ดกับจีน ชี้อุตสาหกรรมนี้ยังมีอนาคตไปได้สวย หากรัฐบาลส่งเสริมการศึกษาวิจัย (อาร์แอนด์ดี) เพื่อมุ่งไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น พร้อมแนะขยายฐานผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
       
       นายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์
ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งทอ คาดว่าการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในปี 2549 จะมียอดขยายตัวร้อยละ 12 จากที่ปี 2548 ส่งออก 270,000 ล้านบาท เนื่องจากไทยยังได้รับอานิสงส์ต่อเนื่องจากการที่ทุกประเทศยกเลิกโควตานำเข้าตั้งแต่ปี 2548 ทำให้สินค้าไทยที่มีคุณภาพที่ดีมีโอกาสส่งออกเพิ่มสูงขึ้นในตลาดเก่า เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป ประกอบกับตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง อาฟริกา รัสเซีย ได้ให้การตอบรับสินค้าไทย นอกจากนี้ จากที่คาดว่าไทยจะลงนามข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับจีนและญี่ปุ่น รวมกับการที่สหรัฐฯ ยังใช้มาตรการเซฟการ์ด (มาตรการปกป้องผลกระทบการนำเข้าสินค้า) กับจีน จึงทำให้คาดว่ายอดส่งออกของไทยจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย
       
       ส่วนปัญหาการขาดแคลนแรงงาน นายวิรัตน์ ยอมรับว่า ทุกฝ่ายได้แสดงความเป็นห่วงอย่างมาก เพราะอาจจะกระทบต่อแผนการขยายงาน โดยขณะนี้มีแรงงานในระบบประมาณ 1 ล้านคน ยังขาดแคลนอีกประมาณ 60,000 คน ซึ่งเบื้องต้นได้เข้าไปประสานงานกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรด้านนี้ อย่างไรก็ตาม ก็อาจไม่เพียงพอ แนวทางที่จะทำได้อย่างรวดเร็วคือโรงงานต่างๆ น่าจะย้ายฐานไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม เพื่อใช้แรงงานของประเทศเหล่านี้ ในขณะที่ไทยยังใช้วัตถุดิบของไทย ได้รายได้เช่นเดิม และจะไม่เกิดปัญหาการนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศด้วย
       
       นายวิรัตน์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอมีอนาคตสดใส หากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนส่งเสริมการทำอาร์แอนด์ดีอย่างจริงจัง เพราะสิ่งทอไม่ได้มีความหมายเฉพาะเสื้อผ้าเท่านั้น แต่สามารถพัฒนาเพิ่มมูลค่าไปสู่ผ้าสำหรับการตกแต่งบ้าน (เคหะสิ่งทอ) ตกแต่งรถยนต์ที่กำลังมีอนาคตไปได้ดีตามนโยบายส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ หรือดีทรอยต์แห่งเอเชีย การผลิตผ้าสำหรับวงการแพทย์ การผลิตผ้าสำหรับการก่อสร้าง หรือจีโอ เท็กซ์ไทล์ ที่ปัจจุบันนี้ไทยต้องนำเข้าสินค้าเหล่านี้เกือบทั้งหมด ทั้งๆ ที่ไทยมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ดังนั้น หากทำอาร์แอนด์ดีอย่างจริงจัง คาดไทยจะลดการนำเข้าและเพิ่มการส่งออกได้อีกหลายเท่าตัวในอนาคต

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM