ประกันต่างด้าว 5 หมื่นบาท เพิ่มแรงงานใต้ดิน-เอื้อค้ามนุษย์ : SIAMHRM.COM

ประกันต่างด้าว 5 หมื่นบาท เพิ่มแรงงานใต้ดิน-เอื้อค้ามนุษย์




“ถ้าต้องเสียเงินค่าประกันแรงงานต่างด้าวคนละ 10,000 และ 50,000 บาท คงไม่ไหว ต้องฝืนใช้แรงงานผิดกฎหมายต่อไป ถึงโดนจับ มันก็จำเป็น”

นั่นคือเสียงสะท้อนจากกลุ่มนายจ้าง ส่วนใหญ่ที่ยังต้องการใช้แรงงานต่างด้าวทำงาน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของอุตสาหกรรมภาคเกษตร ประมง ต่อเนื่องประมง เป็นต้น หลังจากทราบมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) การจัดระบบการจ้างแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 ที่ระบุให้นายจ้างประกันตัวคนต่างด้าวที่มีบัตรประจำตัวบุคคล ซึ่งไม่ใช่มีสัญชาติไทย หรือ ท.ร.38/1 อัตราค่าประกันคนละ 10,000 บาท และที่ไม่มี ทร.38/1 ต้องจ่ายค่าประกันคนละ 50,000 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการแก้ปัญหาคนหลบหนีเข้าเมืองอย่างเอาจริงเอาจริง เป็นการเอาน้ำดีไล่น้ำเสีย และคำนึงถึงผลประโยชน์ความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก เพราะถือเป็นการจับกุม ปราบปราม รวมถึงส่งกลับประเทศ สกัดกั้นไม่ให้เข้ามาใหม่

มติดังกล่าว กลายเป็นที่มาของเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งด้านดีและด้านเสียจากองค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการผู้ประกอบการ รวมถึงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงอย่างเดียว ไม่ได้คิดถึงภาวะทางเศรษฐกิจ สวนทางความเป็นจริง นำไปสู่ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแนวทางให้รอบคอบยิ่งขึ้นก่อนที่เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มีนาคมนี้

นายโคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า มติดังกล่าวนายจ้างอาจไม่สามารถปฏิบัติตามได้ เนื่องจากเป็นจำนวนเงินที่สูงมากเมื่อเทียบกับสถานประกอบการที่ต้องการใช้แรงงานมาก ไม่มีกำลังจ่ายและมีแนวโน้มจะทำให้แรงงานต่างด้าวกลับไปสู่การหลบหนีดำดินมากขึ้น

เช่นเดียวกับนายพนัส ไทยล้วน รองประธานคณะทำงานการแรงงานและสวัสดิการสังคมสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 1 มกราคมนี้ จะไม่มีนายจ้างคนไหนยอมที่จะมาเสียค่าประกันตัวแรงงานต่างด้าวเลย เพราะคิดว่าไม่คุ้มกับกำไรที่ได้ และเห็นว่านโยบายดังกล่าวจะทำให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีแบบดำดินมากขึ้น เจ้าหน้าที่ก็มีส่วนได้เสียในการจับปรับ เพราะนายจ้างยอมจ่ายใต้โต๊ะให้ในอัตราที่น้อยกว่าค่าประกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายคนก็ยอมเรียกว่าเป็นนโยบายแตะหมูเข้าปากหมา ทำให้เกิดการค้ามนุษย์อย่าง 100%

ขณะที่นายเสรี ทองมาก เลขาธิการมูลนิธิพัฒนรักษ์ กล่าวว่า วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้รัฐบาลกำลังแตะเนื้อหมูเข้าปากหมา ถอยหลังเข้าคลอง จะก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบซึ่งเดิมที่มีอยู่แล้วก็จะส่งผลรุนแรงขึ้นมามากกว่าเก่า เนื่องจากการให้อำนาจแก่นายจ้างมากโดยเบ็ดเสร็จ เปิดโอกาสนายจ้างจะบีบคั้นแรงงานอย่างเต็มที่ โดยนายจ้างคิดว่าเงินที่จ่ายค่าประกันตัวที่สูงหลายหมื่นบาทก็ต้องทำงานให้คุ้มค่าเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบีบรัดเรื่องค่าจ้างที่ไม่ได้ตามกฎหมายกำหนด สวัสดิการต่างๆ เวลาในการทำงาน งานที่หนักมากขึ้น

"ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่จะตามมาคือจะทำให้เกิดเครือข่ายค้ามนุษย์ โดยเครือข่ายจะนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย มาส่งต่อให้นายจ้างที่ไม่ต้องการจ่ายเงินค่าประกันการหลบหนี โดยแรงงานก็จะเข้ามาทำงานแบบไม่จดทะเบียน ทำให้นายจ้างเอารัดเอาเปรียบอย่างหนัก พร้อมขู่ว่าถ้าแข็งข้อก็จะแจ้งให้ตำรวจจับตัว ปัญหาทุกอย่างก็หนักข้อขึ้นไปอีก" นายเสรีกล่าว

ไม่เพียงแต่กลุ่มลูกจ้างเท่านั้นที่เป็นห่วงว่า มติ ครม.ดังกล่าวจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี หากยังรวมถึงกลุ่มนายจ้างที่เห็นว่าน่าจะเกิดผลเสียมากกว่า ดั่งเช่น นายอภิชิต ประสบรัตน์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า มติ ครม.นี้เป็นการไม่เคารพนายจ้าง จ้องแต่จะใช้กฎหมายควบคุมและจากการพูดคุยกับนายจ้างอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรสาคร ไม่มีใครรับกับมติดังกล่าวและจะไม่ปฏิบัติตาม ยังคงใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายต่อไป ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลออกนโยบายนี้มาเพื่อพยายามสร้างความมั่นคงหรือทำลายความมั่นคง เนื่องจากจะทำให้กระบวนการค้ามนุษย์เกิดขึ้นมาอีกครั้ง

นอกจากนี้ มติดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน นางอำไพ หาญไกรวิไลย์ เลขาธิการสมาคมอาหารแช่แข็งไทย กล่าวว่า นโยบายนี้จะทำให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประมง และอุตสาหกรรมต่อเนื่องเช่น อาหารแช่แข็งไทย ทำให้ขาดสภาพคล่อง ไม่มีแรงงานใช้งานเพราะเวลานี้ยังขาดแรงงานอีกกว่า 100,000 คน และยังมาเก็บค่าประกันแพงขนาดนี้รับรองว่านายจ้างไม่สามารถจ่ายให้ได้ อีกอย่างหนึ่งการที่ไม่มีใครรับรองได้ว่าเมื่อพาไปจดทะเบียนแล้วลูกจ้างจะไม่หนีกลับ เพราะถ้าหนีกลับนายจ้างจะต้องเสียเงินฟรี เสียหายเข้าไปอีก ทำให้ซ้ำเติมนายจ้างที่ขาดแคลนแรงงานอยู่แล้วมากขึ้นไปอีก

แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่า ความเห็นจากทั้งสภาที่ปรึกษา สภาอุตสาหกรรม และกลุ่มลูกจ้างเอง กระทรวงแรงงานไม่ได้รับฟังเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินการต่อไป ด้วยเหตุผลหลักคือต้องการเอาน้ำดีไล่น้ำเสีย ต้องการให้แรงงานต่างด้าวที่มีอยู่ในประเทศได้ทำงานอย่างถูกกฎหมายกันทุกคน ซึ่งหลังจากนี้คงต้องจับตามองต่อไปว่า มติ ครม.ประกันต่างด้าวจะแก้ไขปัญหาหรือสร้างปัญหาเพิ่ม

 

แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM