ไฟเขียวขึ้นเงินเดือน"กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" รัฐวิสาหกิจฝันสลาย : SIAMHRM.COM

ไฟเขียวขึ้นเงินเดือน"กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" รัฐวิสาหกิจฝันสลาย




ครม.เบรกขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ (รสก.) แต่กลับอนุมัติงบกว่า 1 พันล้านบาท ขึ้นเงินเดือนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านรับเลือกตั้ง ชี้ได้บรรจุวาระล่วงหน้าก่อนยุบสภา ขณะที่แนวทางแก้ปัญหาอ้อยและน้ำตาลทราย แผนแก้หนี้สินกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ชะลอไปก่อนอ้างเหตุความไม่เหมาะสมหลังยุบสภา

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วานนี้ (28 ก.พ.) ที่ประชุมได้เลื่อนการพิจารณาเรื่องที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ถือว่าเป็นเรื่องนโยบายสำคัญออกไป จนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่ โดยวาระสำคัญๆ ที่ ครม.ได้เลื่อนการพิจารณาออกไปได้แก่

การแก้ไขปัญหาอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอ, การขึ้นเงินเดือนของพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองได้ให้ความเห็นชอบให้มีการขึ้นเงินเดือนให้พนักงานรัฐวิสาหกิจไม่เกิน 5% ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2548 แต่สำนักเลขาธิการ ครม.เห็นว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญ จึงขอให้นำไปสู่การพิจารณาของ ครม.ชุดใหม่ต่อไป

ขณะเดียวกัน ยังได้ชะลอการพิจารณาแนวทางจัดสรรงบกลางรายการค่าใช้จ่าย เพื่อปรับกลยุทธ์และรองรับการเปลี่ยนแปลงสำหรับงบประมาณ 2549 ที่กันไว้ให้รัฐวิสาหกิจสาขาขนส่งสาธารณะ ได้แก่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 11,803 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงของการทบทวนแผนการลงทุนและคาดว่าจะเริ่มชัดเจนช่วงกลางปี 2549 ทำให้รัฐวิสาหกิจเจ้าของโครงการไปกู้เงินในประเทศทดแทนตามการดำเนินงานจริง โดยรัฐบาลเป็นผู้รับภาระในการชำระหนี้แทน

ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ขอให้พิจารณาเปลี่ยนแปลงแผนการขอรับการจัดสรรเงินอุดหนุนรายปีของโครงการบ้านเอื้ออาทรระยะที่ 4 และ 5 โดยของบจากรัฐบาลอีก 15,327.84 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนการสร้างบ้านเอื้ออาทรจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 150,000 ยูนิต เป็น 244,000 ยูนิต ภายในปี 2549 ไม่ได้ถูกบรรจุในวาระ ครม.และไม่สามารถนำเข้าพิจารณาได้เช่นกัน เพราะเป็นการของบประมาณใหม่

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมได้รับทราบแนวทางแก้ไขปัญหากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามที่นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขอตั้งงบประมาณรายจ่ายปี 2550 จำนวน 9,940 ล้านบาท เพื่อให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรนำไปใช้ในการจัดการหนี้ของเกษตรกร การฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกร และการบริหารงาน โดยแบ่งงบประมาณออกเป็น 2 ส่วน คือ

1.งบเพื่อการบริหารสำนักงาน และงบอุดหนุนเพื่อฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร จำนวน 1,070,067,521 บาท และ 2.งบเพื่อจัดการหนี้ จำนวน 6,602.85 ล้านบาท และงบเพื่อการสนับสนุนแผนและโครงการขององค์กรเกษตรกร ซึ่งเป็นงบกู้ยืม จำนวน 2,250 ล้านบาท โดยขอให้มีการออกเป็นพันธบัตรรัฐบาล ในวงเงิน 8,852.85 ล้านบาท ในนามกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน ซึ่ง ครม.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2550 ต่อไป

อ้างเหตุยุบสภารอครม.ใหม่

การชะลอพิจารณาโครงการครั้งนี้เป็นผลมาจากการที่สำนักเลขาธิการ ครม.ได้เสนอแนวทางปฏิบัติอันเนื่องมาจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะให้ ครม.ได้รับทราบและให้แจ้งให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบว่า ระหว่างที่ยังไม่มี ครม.ชุดใหม่ ให้ ครม.ชุดปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่จนกว่า ครม.ชุดใหม่จะถวายสัตย์ฯ ปฏิญาณ โดย ครม.ชุดปัจจุบันยังคงมีอำนาจหน้าที่เต็มทุกประการ ยกเว้น การแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ระดับ 11 หรือระดับผู้ว่าการ รองผู้ว่าการ ของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ หาก ครม.ให้ความเห็นชอบแล้ว ต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน

นอกจากนี้ ยังต้องละเว้นการกำหนดนโยบายขึ้นใหม่ การอนุมัติงบประมาณหรือโครงการขนาดใหญ่ เว้นแต่จะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หรือเป็นการเร่งรัดต่อเนื่องเป็นรายเรื่อง รวมทั้งให้งดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง เว้นแต่เป็นเรื่องที่ต่อเนื่อง หรือเป็นงานประชุม ทั้งนี้ ในส่วนของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของรัฐ ก็ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

ส่วนการออกกฎหมายก็ต้องทำเป็นพระราชกำหนด แต่ในที่ประชุม ครม.ยืนยันว่าคงไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนการตราพระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงนั้น ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ นอกจากนั้น ในเอกสารของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เน้นว่า การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของรัฐมนตรี ให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และให้สัมภาษณ์ได้เฉพาะงานในตำแหน่งหน้าที่รัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ควรให้ความเห็นในลักษณะที่เป็นคุณหรือโทษกับพรรคการเมืองใด

ขึ้นเงินเดือนกำนัน-ผู้ใหญ่รับเลือกตั้ง

นายดนุพร ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.เห็นชอบให้มีการปรับเพิ่มอัตราเงินตอบแทนตำแหน่ง กำนันจาก 4,000 บาท เป็น 5,000 บาท ผู้ใหญ่บ้าน จาก 3,000 บาท เป็น 4,000 บาท และแพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความปลอดภัย จาก 2,000 บาท เป็น 2,500 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2549 เป็นต้นไป

คาดว่าจะใช้งบประมาณเฉพาะในส่วนที่เพิ่มเติมอีก 1,089.78 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2549 ขอให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ใช้เงินตอบแทนตำแหน่งบุคลากรไปก่อน

นายดนุพร ระบุว่า การขึ้นเงินเดือนกำนันผู้ใหญ่บ้านครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการขออนุมัติใหม่ แต่เป็นเรื่องต่อเนื่องจากการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นก่อนมีการยุบสภา ส่วนกรณีที่เลือกขึ้นเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน 2549 ก่อนการเลือกตั้งเพียง 1 วันนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการหาเสียง แต่ ครม.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าหากให้มีผลย้อนหลังจะทำให้รัฐต้องใช้งบจำนวนมาก จึงเลือกวันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นการขึ้นเงินเดือนในช่วงครึ่งปีงบประมาณพอดี

 

แหล่งข่าว  : กรุงเทพธุรกิจ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM