คณะองค์การแรงงานฯ เข้าพบนายกรัฐมนตรี เชิญมอบดอกไม้ให้กำลังใจเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศต่อไป “พ.ต.ท.ทักษิณ” เอาใจแรงงานเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พร้อมเพิ่มงบฯ จัดงานวันแรงงานแห่งชาติปี 49 ยืนยันจะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่
เวลา 13.30 น. วันนี้ (1 มี.ค.) นายมนัส โกศล ประธานองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียนเชิญเป็นประธานในงานวันแรงงานแห่งชาติประจำปี 2549 และมอบดอกไม้ให้กำลังใจแก่นายกรัฐมนตรีให้ทำงานเพื่อประชาธิปไตยต่อไป โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณคณะองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย และกล่าวเกี่ยวกับเรื่องอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ว่า ตนเป็นคนที่ชอบดูตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดย 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าตัวเลขจีดีพีโตขึ้น 35% แต่ตัวเลขรายได้ขั้นต่ำของผู้ใช้แรงงานยังโตไม่ถึง 35% ซึ่งรู้สึกไม่สบายใจ เพราะคนที่อยู่ฐานล่างควรจะมีอัตราการเติบโตสูงเท่ากับจีดีพี จึงต้องหาแนวทางเร่งเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยต้องทำให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างสามารถอยู่ได้ ทั้งนี้ เห็นว่าแรงงานในปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอ อัตราค่าจ้างแรงงานจึงควรสูงขึ้นไม่ควรมีการล็อกเพดานค่าจ้าง ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานไปพิจารณาแนวทางแล้ว เพราะในปัจจุบันภาวะน้ำมันแพงได้ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ประชาชนผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบ นายจ้างจึงควรยอมให้ขึ้นค่าแรงบ้าง
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของคณะองค์การแรงงานฯ ที่เสนอขอให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานโดยลดค่าใช้จ่ายประจำวันในส่วนของค่าโดยสารรถเมล์ เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้แรงงานต้องการมาก เนื่องจากผู้ใช้แรงงานเห็นว่าเมื่อมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแล้ว ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นก็มักจะขึ้นตาม หากได้มีการช่วยลดภาระค่าโดยสารรถเมล์จะสามารถช่วยผู้ใช้แรงงานได้มาก ซึ่งตนกำลังคิดทำบัตรสมาร์ทการ์ดที่จะมีซอฟต์แวร์ข้อมูลสวัสดิการอยู่ในบัตร โดยอาจทำเป็นลักษณะของตั๋วเดือนราคาถูกที่เติมเงินได้ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตนได้เห็นชอบสนับสนุนงบประมาณการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2549 ให้กับองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย โดยเพิ่มจาก 1,600,000 บาท ในปี 2548 เป็น 3,000,000 บาทในปีนี้ เพื่อให้การจัดงานวันแรงงานแห่งชาติประจำปี 2549 ซึ่งมีคำขวัญว่า “รวมพลังแรงงาน สมานฉันท์ชาวไทย เทิดไท้องค์ราชันย์” เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ในโอกาสปีแห่งการฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า จะทำงานในหน้าที่นายกรัฐมนตรีไปจนกว่านายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน จะมารับหน้าที่ และในวันที่ 3 มีนาคมนี้ ตนจะไปกล่าวปราศรัยใหญ่ที่ท้องสนามหลวง
แหล่งข่าว : ผู้จัดการ / 01 มี.ค. 49