วันสตรีสากล"49 วันที่สิทธิผู้หญิงหยุดนิ่ง : SIAMHRM.COM

วันสตรีสากล"49 วันที่สิทธิผู้หญิงหยุดนิ่ง




8 มีนาคม เป็นวันสตรีสากล วันที่ผู้หญิงลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิความเสมอภาค เท่าที่สังเกต ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับวันนี้น้อยมาก ทั้งที่ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้หญิงจึงลุกขึ้นเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตนเอง โดยเฉพาะความเป็นธรรมด้าน "กฎหมาย" ที่ยังมีช่องโหว่ในด้านความไม่ทัดเทียมระหว่างเพศอยู่มาก และ...จากการเช็คความคืบหน้าการเรียกร้องความเป็นธรรม ได้รับคำตอบว่า...

สิทธิเรียกร้องความเป็นธรรมต่างๆ ของผู้หญิงยังอยู่ในขั้นตอน "พิจารณา"

นางทิชา ณ นคร ประธานมูลนิธิเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ บอกว่า มีกฎหมายอาญาที่ผู้หญิงเรียกร้องให้แก้ไขเพิ่มเติมหลายฉบับ เพราะยังไม่ได้รับความเป็นธรรม อาทิ กฎหมายข่มขืน กฎหมายฟ้องหย่า ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาแก้ไขปรับปรุงถ้อยคำจากคณะกรรมการร่างกฎหมายพระราชกฤษฎีกา

"แม้จะมีความคืบหน้าในการแก้ไขกฎหมาย แต่สถานการณ์ของผู้หญิงยังไม่ดีขึ้น เพราะคนมองพฤติกรรมทางเพศของผู้ชายเป็นเรื่องธรรมดา ทุกครั้งที่เกิดคดีข่มขืนผู้หญิงมักจะถูกตั้งคำถามว่าทำไมแต่งตัวโป๊ ทำไมกลับดึก ทำไมไปเดินแถวนั้นให้โดนข่มขืน เพราะสังคมที่เป็นแบบนี้ทำให้ผู้หญิงดำรงชีวิตได้ยาก สังคมไม่ตั้งโจทย์กับผู้ชาย พยายามให้ผู้หญิงเปลี่ยนแปลงฝ่ายเดียว"

ส่วนนางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี บอกว่า ความยุติธรรมที่ผู้หญิงเรียกร้องไปทั้งทางด้านกฎหมาย และด้านแรงงาน ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย โดยเฉพาะการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ ทุกหน่วยงานจะบอกว่าเรื่องอื่นสำคัญกว่าเรื่องสิทธิสตรี

"การเรียกร้องความยุติธรรมของสตรีเป็นเรื่องที่พยายามมานานแล้ว แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น ถ้าดีขึ้นก็เป็นเพียงแค่คำพูด เป็นแค่การเขียนลงบนกระดาษ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีอะไรคืบหน้า เมื่อต้นปีมีข่าวเรื่องแก้กฎหมายฟ้องหย่าออกมา แต่สุดท้ายก็เงียบหายไป ยิ่งตอนนี้เกิดเหตุการณ์ยุบสภา ต้องเลือกตั้งใหม่ ยังไม่แน่ใจเลยว่าเรื่องที่เรียกร้องไปจะต้องถอยหลังเข้าคลองอีกหรือเปล่า"

หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี ยังบอกว่า เรื่องสิทธิสตรีเป็นการเรียกร้องที่คืบหน้ายากมาก เนื่องจากรัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมาย เพราะกฎหมายหลายบทแก้ออกมาไม่ตรงกับความต้องการของผู้หญิง อาทิ ปัญหาข่มขืน หย่า การค้ามนุษย์ และภาวะการเจริญพันธุ์

ยกตัวอย่าง เจตนารมณ์ของผู้หญิงคือ คุ้มครองไม่ให้ผู้หญิงถูกข่มขืน ไม่ว่าจากสามีหรือใครที่ไหน แต่จากร่างแก้ไขกฎหมายจากเดิม "ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตน มีความผิด" แก้ไขเป็น "ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตน มีความผิด" เมื่อแปลแล้ว ความหมายยังคงเหมือนเดิมคือ สามียังคงบังคับข่มขืนภรรยาได้

เพื่อความเสมอภาคของผู้หญิงและผู้ชาย นางสาวสุเพ็ญศรีแนะนำว่า เรื่องผู้หญิงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรมีหน่วยงานที่ดูแลเฉพาะ โดยการตั้งกระทรวงผู้หญิง เพราะหลายประเทศทั้งแถบยุโรป และอเมริกา หรือแม้แต่ประเทศที่ด้อยพัฒนาอย่างกัมพูชาก็มีกระทรวงนี้แล้ว

"รัฐบาลควรจริงใจในการแก้ปัญหาสตรี โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย ควรแก้ตามที่ผู้หญิงต้องการ โดยการให้ผู้หญิงที่มีความรู้ มีสมอง และปัญญา เข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไข ไม่ใช่ให้ผู้ชายแก้ไข ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขทำไม"

ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชาย-หญิงยังคงดำเนินต่อไป หากคนในสังคมไม่ใจกว้างให้โอกาสผู้หญิง และยิ่งในเวลาที่บ้านเมืองระส่ำระสาย สิ่งที่ผู้หญิงลุกขึ้นมาเรียกร้องคงต้องหยุดชะงักลง

เป็นชะตากรรมที่ไม่สามารถคาดได้ว่าจะเมื่อไหร่สิทธิสตรีจะ "ทัดเทียม" ผู้ชาย!!!!

 

แหล่งข่าว :   เครือมติชน / 08 มี.ค. 49



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM