พันธมิตรฯสงขลายื่นจี้ ‘แม้ว’ออก – แฉราคายางพุ่งหลังยุบสภาฯ พิสูจน์ ทรท.โกหก : SIAMHRM.COM

พันธมิตรฯสงขลายื่นจี้ ‘แม้ว’ออก – แฉราคายางพุ่งหลังยุบสภาฯ พิสูจน์ ทรท.โกหก




ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – พันธมิตรกู้ชาติฯสงขลา ประชุมเตรียมงานชุมนุมใหญ่ 13-14 มีนาคม พร้อมส่งคนเข้าร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวง โดยมีการจัดกลุ่มประชาชนภาคใต้ทุกจังหวัดให้นั่งอยู่ในโซนเดียวกันเพื่อแสดงพลังเลือดสะตอร่วมกัน ขณะเดียวกันจะมีการจัดขบวนเดินทางยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ สงขลา เรียกร้องนายกฯ ลาออก พร้อมเปิดเวทีติดตามสถานการณ์ชุมนุมใหญ่อย่างใกล้ชิด

วันนี้ (11 มี.ค.) พันธมิตรกู้ชาติ กู้ประชาธิปไตยสงขลา ได้ล้อมวงประชุมเตรียมการเคลื่อนไหวขับไล่นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 – 14 มีนาคม นี้ โดยมีตัวแทนนักศึกษา ประชาชน พ่อค้า แม่ค้า นักวิชาการ นักพัฒนาองค์กรพัฒนาเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์

โดยในส่วนของการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา นั้น ขณะนี้กลุ่มนักศึกษาได้นำกล่องบริจาคออกเรี่ยไรเงินกับผู้มีจิตศรัทธา เพื่อนำเงินทุนที่ได้มาใช้ในการเดินทางเข้าร่วมการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง และเคลื่อนขบวนสู่ทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 14 มีนาคม นี้ โดยมีประชาชนทั้งใน จ.สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง และนครศรีธรรมราช เข้าร่วมชุมนุมด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ในที่ประชุมได้มีมติใช้วิธีการให้คณะทำงานของเครือข่ายพันธมิตรกู้ชาติทุกจังหวัดในภาคใต้ที่เดินทางเข้าร่วมการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง เป็นผู้ประสานงานให้นักศึกษา ประชาชนจากจังหวัดภาคใต้ทั้งหมดที่เดินทางขึ้นไปร่วมชุมนุม ได้มารวมตัวกันเป็นกลุ่มเพียงกลุ่มเดียว เพื่อแสดงพลังบริสุทธิ์ เนื่องจากที่ผ่านมาการเข้าร่วมชุมนุมของพี่น้องประชาชนที่บางส่วนต่างก็เดินทางขึ้นไปเองนั้น เมื่อไปถึงสนามหลวงแล้วไม่ได้มีการรวมกลุ่มกันให้เป็นเอกภาพ ทั้งๆ ที่มีนักศึกษาและประชาชนจากภาคใต้จำนวนมากเดินทางเข้าร่วม

“ครั้งนี้จะมีการจัดทำธงริ้ว และธงผืนใหญ่ ประมาณ 50 ผืน ไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของพี่น้องประชาชนที่เดินทางไปจากภาคใต้ ซึ่งเราจะประสานงานกับคณะทำงานที่เดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ให้เป็นคนจัดการรวมกลุ่มพี่น้องประชาชนจากภาคใต้ให้มานั่งอยู่ในโซนเดียวกัน เพื่อแสดงพลังร่วมกันในการโค่นล้มระบอบทักษิณ ส่วนคนที่ไม่ได้ขึ้นไปกรุงเทพฯ ก็ยังคงมีกิจกรรมเปิดเวทีและรับชมสัญญาณการถ่ายทอดสดบรรยากาศการชุมนุม จากจอโปรเจกเตอร์ ตามปกติ” แหล่งข่าวในพันธมิตรกู้ชาติฯ กล่าว

นอกจากนี้ในวันที่ 13 มีนาคม นี้ พันธมิตรกู้ชาติ กู้ประชาธิปไตยสงขลา จะมีการเดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ผ่านทางนายสมพร ใช้บางยาง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา โดยจะมีการนัดรวมตัวกันตั้งแต่เวลา 07.00 น. ที่ลานสถานีรถไฟหาดใหญ่ และจะเคลื่อนขบวนในเวลา 09.00 น.

“รูปแบบของการจัดขบวนจะเน้นใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการไปยื่นหนังสือที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา มีระยะการเดินทางประมาณ 26 กิโลเมตรจาก อ.หาดใหญ่ หากเดินเท้าไปคงไม่สะดวก โดยเราได้ประสานงานกับจักรยานยนต์รับจ้าง และรถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งสนใจเข้าร่วมกิจกรรมมาโดยตลอด มาตั้งขบวนกัน แล้วจะมีการติดธงริ้วเพื่อสร้างสีสันในการเคลื่อนขบวนให้กับรถทุกคัน

"นอกจากนี้จะมีการจัดรถแห่ติดเครื่องขยายเสียง ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการเคลื่อนไหวไปตลอด 2 ข้างทางที่ขบวนผ่านไป ส่วนใน อ.หาดใหญ่ ก็จะมีการแห่ขบวนไปรอบๆ ย่านการค้าด้วย ส่วนกิจกรรมในวันที่ 14 มีนาคม นั้น จะมีการเริ่มกิจกรรมกันตั้งแต่เช้า โดยติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ ผ่านทางจอทีวีให้คนที่นี่ได้รับชมกันด้วย” แหล่งข่าวคนเดิม กล่าว

ด้านนายจรัล อาษาพันธ์ เลขาธิการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ภาคใต้ และกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สร.สกย.) เปิดเผยว่า สร.สกย.ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ทำงานกับเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ กว่า 600,000 ครัวเรือน นั้น ขณะนี้ได้มีการออกมาเคลื่อนไหวขับไล่นายกรัฐมนตรี โดยขณะนี้ได้มีการส่งสมาชิก และกรรมการ สร.สกย.เข้าร่วมการชุมนุมที่ท้องสนามหลวงแล้ว กว่า 400 คน และจะเดินทางขึ้นไปสมทบในวันที่ 13 มีนาคม นี้ อีกจำนวนหนึ่ง โดยในส่วนของ สร.สกย.ได้มีการนำข้อมูลความเคลื่อนไหวต่างๆ มาวิเคราะห์กันอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมของผู้นำ ซึ่งสมาชิกเห็นว่านายกฯ ขาดจริยธรรมความเป็นผู้นำ จึงต้องเข้ามาร่วมเคลื่อนไหว เพื่อให้นายกฯ ลาออกไป เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

“ในส่วนของเกษตรกรชาวสวนยางที่เราทำงานด้วยนั้น เราก็มีการให้ความรู้กับเขามาตลอด ผ่านทางรายการวิทยุที่ผมจัดอยู่ ซึ่งประเด็นที่มีการไถ่ภามกันมามากคือ หากเปลี่ยนรัฐบาลแล้วราคายางพาราจะตกลงหรือไม่ ซึ่งตรงจุดนี้เราก็ได้มีการอธิบายไปว่า การเปลี่ยนแปลงของราคายางพาราขึ้นอยู่กับความต้องการของประเทศที่มีการเติบโตทางอุตสาหกรรมรถยนต์ เช่น จีน อเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย ที่มีความต้องการยางพารา ทำให้ราคายางพุ่งสูง ประเทศไทยผลิตยางพาราได้ 2.5 ล้านตันต่อปี ประเทศจีนซื้อยางจากไทยถึงปีละ 2 ล้านตันต่อปี ราคายางจึงพุ่งสูงขึ้นมาก จากข้อมูลของตลาดประมูลยางของ สกย. อ.นาทวี จ.สงขลา ราคายางอยู่ที่กิโลกรัมละ 82.02 บาท ทั้งๆ ที่มีการยุบสภาไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าราคายางพาราไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลเลย” นายจรัล กล่าวและว่า

หลังจากนี้ไปหากเหตุการณ์การชุมนุมยังคงยืดเยื้อ คาดว่าอาจจะมีการรณรงค์ให้เกษตรกรชาวสวนยาง เข้าร่วมชุมนุมกับเครือข่ายพันธมิตรฯ ให้มากขึ้น และในวันที่ 14 มีนาคมนี้ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ก็จะมีการระดมคนขึ้นไปหนุนการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ด้วย

 

แหล่งข่าว :   ผู้จัดการ / 11 มี.ค. 49



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM