สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงไทเป เกาะไต้หวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. ว่า บริษัทนายจ้างไต้หวันที่รับคนงานไทยเข้ามาทำงาน ได้ยื่นฟ้องร้องในคดีแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 19.67 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน คิดเป็นเงินไทยราว 23.6 ล้านบาท จากคนงานไทยจำนวน 14 คน แกนนำการประท้วง ก่อเหตุจลาจล เนื่องจากไม่พอใจเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่รวมทั้งค่าแรงต่ำ การฟ้องร้องวิ่งเต้นผ่านทางนางโจนนา เล่ย ส.ส.ไต้หวัน จากพรรคก๊กมินตั๋ง และกลุ่มผู้ใช้แรงงานกลุ่มหนึ่ง
รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว คนงานก่อสร้างไทยราว 300 คน ได้ก่อเหตุจลาจลประท้วงสภาพความเป็นอยู่ และทำลายอุปกรณ์ต่างๆในที่พัก ที่เมืองกางชาน ทางภาคใต้ พร้อมจุดไฟเผาร้านอาหาร ปะทะกับตำรวจและพนักงานดับเพลิง จากการสืบสวนของรัฐสรุปว่า บริษัทนายจ้างต้องรับผิดชอบที่ทำให้เกิดการจลาจล โดยต่อมาปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของบริษัท หน่วยงานของรัฐ 12 คน ถูกตั้งข้อหารับสินบน และคอรัปชัน ส่วนกลุ่มคนงานไทย 14 คน โดนข้อหาอาญา ฐานยุยงปลุกปันให้เกิดการจลาจล อย่างไรก็ดี ทางบริษัทนายจ้างก็ได้ยื่นฟ้องในคดีแพ่งเอาผิด 14 คนงานแกนนำกลุ่มนี้อีกทางเมื่อเดือนที่แล้วด้วย
นางคู ยู-หลิง หัวหน้าองค์กรแรงงานท้องถิ่นไต้หวันให้สัมภาษณ์เอเอฟพีว่า ทำไมผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและถูกกดดันจึงตกเป็นเบี้ยล่างเช่นนี้ นอกจากนี้ ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ หนึ่งในแกนนำคนงานไทย 14 คน ถึงกับสะอื้นไห้ว่า “ควรหรือที่นายหน้าจัดหางานจะชนะ นั่นหมายถึงเราต้องทำงานอย่างน้อย 12 ปีโดยไม่ต้องกินอาหาร” และว่า เร็วๆนี้ ในนามจำเลย กลุ่มของนางคูจะฟ้องร้องบริษัทจัดหางานในข้อหา “กดขี่ประชาชน”.
แหล่งข่าว : ไทยรัฐ /27 มี.ค. 49