| ข้อเรียกร้องวันแรงงานปีนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม เน้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยผู้ใช้แรงงานขอใช้สิทธิเลือกผู้แทนในเขตพื้นที่ที่ตัวเองทำงานได้ และยกเลิกกำหนดวุฒิการศึกษาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง หวังได้ผู้แทนเพื่อผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริง เตรียมยื่นต่อรัฐบาลในวันแรงงาน 1 พค. นี้ นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะเลขานุการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในส่วนของกลุ่ม 10 สภาองค์การลูกจ้าง ซึ่งเป็นคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ จะยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 10 ข้อ ได้แก่ 1. ขอให้รัฐแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง ให้ผู้ใช้แรงงาน และประชาชนที่ไปประกอบอาชีพ ณ ที่ใด ใช้สิทธิเลือกผู้แทน ณ สถานที่ทำงานได้ 2. ปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามอัตราเงินเฟ้อในแต่ละจังหวัด และควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค 3. แก้ไขพรบ.คุ้มครองแรงงาน พศ. 2541 โดยเฉพาะ มาตรา 5 (3) ให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงมีสิทธิเท่ากับลูกจ้างประจำ 4. ให้ลูกจ้างที่ประสบอันตรายจากการทำงานและต้องหยุดงาน ได้รับค่าจ้างเต็มอัตราค่าจ้างที่ได้รับในปัจจุบันนับแต่วันแรกที่หยุดงาน 5. ยกเลิกเก็บภาษีเงินได้สวัสดิการทุกประเภทที่นายจ้างให้ลูกจ้างและเงินชดเชยกรณีออกจากงาน 6. จัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในสถานประกอบการ โดยให้เป็นหน่วยงานอิสระ 7. ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จ่ายเงินสมทบเท่าเดียว และผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิชราภาพขอให้ได้สิทธิรักษาพยาบาลฟรีตลอดไป 8. รับรองอนุสัญญาไอแอลโอบับที่ 87 และ 98 เกี่ยวกับการรวมตัวและเจราจาต่อรอง 9 . แก้ไขสัดส่วนจำนวนกรรมการของไตรภาคีทุกคณะให้มีจำนวนกรรมการเท่ากันทุกฝ่าย และ 10 . ตั้งคณะกรรมการฝ่ายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องร่วมกับผู้แทนฝ่ายลูกจ้างทั้ง 10 สภาองค์การลูกจ้าง ติดตามข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานทั้งหมด กลุ่มที่ 2 นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวถึงข้อเรียกร้องที่ทางกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย 27 องค์กรแรงงาน กับกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ จะใช้รณรงค์เรียกร้องต่อรัฐบาลในวันแรงงานปีนี้ว่ามีทั้งหมด 13 ข้อ ที่สำคัญ คือ การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้ผู้ใช้แรงงานสามารถใช้สิทธิเลือกผู้แทนในเขตพื้นที่ที่ตัวเองทำงานอยู่ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้สมัครสส. และสว. หันมาสนใจประเด็นปัญหาของผู้ใช้แรงงานมากขึ้น ไม่ถูกละเลยอีก เนื่องจากต้องอาศัยคะแนนเสียงสนับสนุนจากผู้ใช้แรงงานด้วย และขอให้ยกเลิกข้อกำหนดว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องจบปริญาตรีขึ้นไป เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีโอกาสได้เป็นผู้แทน หรือมีพรรคการเมืองของผู้ใช้แรงงานเองในอนาคตได้ “ ที่ผ่านมาเราทำงานที่นี่ แต่ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งสส.ที่บ้าน ทำให้สส.หรือผู้สมัครในเขตที่เราทำงานอยู่ไม่สนใจ ทั้งๆที่พัวพันกับวิถีชีวิตของเรา แต่ถ้าได้สิทธิเลือกผู้แทนในพื้นที่ที่ทำงาน ก็จะสามารถเลือกผู้แทนด้วยตัวเอง เพราะรู้ดีว่าผู้แทนคนนั้นมีนิสัยใจคอ และประวัติความเป็นมาเป็นมาอย่างไร จะดูแลเข้ามาแก้ไขปัญหาของคนงานได้หรือไม่” นางสาววิไลวรรณ กล่าว นางสาววิไลวรรณ กล่าวด้วยว่า ข้อเรียกร้องที่เหลือ นั้นเป็นข้อเรียกร้องเดิมที่เคยเสนอในวันแรงงานปีก่อน ได้แก่ ขอปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 233 บาท ให้รัฐควบคุมราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค หยุดขายหรือแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เร่งออกพรบ.จัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ ฉบับขบวนการแรงงาน ยกเลิกการจ้างงานเหมาช่วง-เหมาค่าแรง ให้รัฐสนับสนุนงบจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กเล็กในย่านอุตสาหกรรมและชุมชน ให้รัฐประกาศรับรองอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 87 และ 98 เกี่ยวกัการรวมตัวและเจราจาต่อรอง นำร่างพรบ.แรงงานสัมพันธ์ฉบับผู้ใช้แรงงานออกเป็นกฎหมาย เร่งแก้กฎหมายประกันสังคมให้ผู้ประกันตัวเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกระดับ ระมัดระวังการทำสัญญาข้อตกลงเขตการค้าเสรี และ เร่งแก้ปัญหาของลูกจ้างที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|