 |
|
 |
ผลสำรวจของทางการแสดงให้เห็นว่า 68% ของลูกจ้างในภาคการผลิต และ 80% ในภาคก่อสร้างเป็นแรงงานอพยพ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงงานอพยพจำนวนมากที่ไม่เพียงเผชิญกับรายได้ที่ต่ำและสภาพการทำงานที่ย่ำแย่กว่าแรงงานในเมือง แต่พวกเขายังไม่ได้รับสวัสดิการทางสังคม อาทิ บำนาญ โรงเรียนสำหรับลูก และประกันสังคมด้วย ไมเคิล จาง นักเคลื่อนไหวเพื่อแรงงานแห่งไชน่า เลเบอร์ บูลเลทินของฮ่องกงเผย “ตามกฎหมาย ไม่มีความแตกต่างระหว่างแรงงานเมืองและแรงงานอพยพ หากคุณจ้างคนงาน ก็ต้องยึดตามกฎหมายแรงงานจีน คุณต้องจ่ายค่าล่วงเวลา และประกันสังคมให้กับพวกเขาด้วย” อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางได้ออกนโยบายว่าด้วยการปกป้องสิทธิของคนงานอพยพ แต่จางกลับมองว่า เนื่องจากทางการท้องถิ่นกำลังแสวงหาหนทางกระตุ้นอัตราการเติบโตและรายได้ของเมืองให้เพิ่มสูงขึ้น จึงมองข้ามกฎหมายดังกล่าวไป “การละเมิดสิทธิที่แรงงานอพยพกำลังเผชิญอยู่นั้น เป็นผลพวงจากการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นและบริษัทต่างๆ” จางกล่าว แม้แต่ในปักกิ่ง เมืองหลวงแดนมังกร ยังหาข้อพิสูจน์ได้ยากว่า กฎหมายปกป้องสิทธิแรงงานชนบทมีประสิทธิภาพ ขณะที่ จางต้วนฉี คนงานก่อสร้างวัย 38 ปีจากมณฑลเฮยหลงเจียง ซึ่งมาทำงานก่อสร้างในปักกิ่ง ยังโอดครวญให้ฟังว่า “หากพวกเราเรียกร้องขอประกันสังคมและบำนาญ เราจะถูกไล่ออก ในประเทศจีน คุณไม่มีทางเลือก คุณจะได้ ก็ต่อเมื่อเขาให้” อย่างไรก็ตาม จางซึ่งมีรายได้อยู่ระหว่าง 1,200 – 1,800 หยวนต่อเดือน ถือว่ามีรายได้น่าพอใจกว่าแรงงานอพยพรายอื่นๆ ตามผลสำรวจของรัฐสภาจีนพบว่า 68% ของคนงานอพยพมีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 300-800 หยวนเท่านั้น เหอเซียว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัย 21 ปีจากมณฑลเหอหนัน ทำงานในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในย่านธุรกิจเฉาหยังเหมินไว่ของปักกิ่ง สะท้อนภาพชีวิตแรงงานอพยพส่วนใหญ่ของจีนให้ฟังว่า “กฎหมายแรงงานเป็นแค่ภาพลวงตา ผมทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์โดยที่ไม่มีการจ่ายเงินให้ ผมได้ 700 หยวนต่อเดือน อย่าว่าแต่ประกันความปลอดภัยทางสังคมให้ผมเลย แม้แต่อาหารและที่พักก็ไม่มีให้”
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |